
โรคที่คนไทยป่วยโดยไม่รู้ตัวมากที่สุดถึง 17.5% คือ “โรคไต” เนื่องจากอาหารที่นิยมรับ ประทานกันในปัจจุบันมีปริมาณโซเดียมสูง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด โรคไต ไตวายเฉียบพลัน ไตวายเรื้อรัง กรวยไตอักเสบ เนื้อเยื่อไตอักเสบ นิ่วในไต และมะเร็งไต เป็นต้น
โรคไต คืออะไร ?
ไต มีหน้าที่สำคัญในการกรองของเสียรวมถึงควบคุมสมดุลของแร่ธาตุและของเหลวในร่างกาย หากไตมีการทำงานผิดปกติ อาจทำให้ของเสียและน้ำส่วนเกินค้างสะสมอยู่ในร่างกาย และนำไปสู่ โรคไต ส่งผลให้เนื้อไตเสียหาย เนื้อไตตาย ไตทำงานผิดปกติ นั่นเอง สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
เป็นภาวะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างฉับพลัน ระยะเวลาน้อยกว่า 3 เดือน มักเกิดจากการขาดน้ำ หรือขาดเลือดไปเลี้ยงไต การติดเชื้อ ยาสมุนไพร อาหารเสริมบางชนิด และการใช้ยาบางชนิด
เป็นภาวะที่ไตทำงานเสื่อมลงอย่างต่อเนื่องระยะเวลามากกว่า 3 เดือนและไม่สามารถรักษาให้ หายขาดได้ มักเกิดจากโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคถุงน้ำในไต

สังเกตอาการแบบไหนเสี่ยง โรคไต
โรคไต มักจะไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ต้องรอจนเป็นมากแล้วจึงจะแสดงอาการต่าง ๆ ให้เห็น จนกระทั่งสามารถสังเกตได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น
- ปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะบ่อยขึ้นมากกว่า 3 ครั้งต่อคืน ปัสสาวะมีฟอง ปัสสาวะมีสีเข้มหรือขุ่น ปัสสาวะมีเลือดปน
- บวม บวมที่เท้า ข้อเท้า และขา บวมที่ใบหน้าและรอบดวงตา บวมที่มือและนิ้ว กดบุ๋ม
- ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มม.ปรอท รู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา นอนไม่หลับ
- คลื่นไส้และอาเจียน คลื่นไส้และอาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- ผิวหนังแห้งและคัน ผิวหนังแห้งและคันตามตัว

สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง ?
- พฤติกรรมการกิน กินเค็ม กินรสจัด บริโภคโซเดียมมากกว่า 2000 มก. ต่อวัน ดื่มน้ำน้อย จนเกิดภาวะขาดน้ำของไต สะสมตะกอนจากอาหารจนกลายเป็นนิ่ว ระวัง!! อาหารที่ไม่เค็มแต่มีโซเดียมสูง เช่น ซอส น้ำจิ้ม อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง สารกันบูด สารกันเชื้อรา เป็นต้น
- พันธุกรรม พบมากจำนวน 1 ใน 800 ถึง 1 ใน 1,000 คนของประชากรในประเทศ หากพ่อและแม่ หากคนใดคนหนึ่งป่วยเป็นโรคไตก็สามารถถูกส่งต่อผ่านทางพันธุกรรม เช่น โรคถุงน้ำในไต, ไตวายจากซีสต์ที่ไตทั้ง 2 ข้าง และ ไตวายที่เกิดร่วมกับหูหนวก
- โรคเรื้อรัง อาทิ โรคป่วยร้ายแรง โรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูงไม่สามารถควบคุมได้และทำลายหลอดเลือดในไต โรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดในไตหนาและแข็งตัว ลดการไหลเวียนของเลือดไปยังไต
- โรคไตอักเสบที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ มักพบในคนอายุน้อยและรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE), โรคไตอักเสบ (IgA Nephropathy)
- ยา และ อาหารเสริม รับประทานทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแน็ก รับประทานทานอาหารเสริมเป็นประจำ เช่น โสม ถังเช่า เห็ดหลินจือ หนานเฉาเหว่ย และการได้รับสารที่เป็นพิษกับไต เช่น ยาเคมีบำบัดบางชนิด

โรคไต ใครมีความเสี่ยงบ้าง ?
เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่ เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และพบได้มากขึ้นในผู้สูงอายุ เนื่องจากการทำงานของไตเสื่อมถอยลงตามช่วงอายุ และยังมีกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ดังนี้
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับ
- ผู้ที่ทานอาหารรสจัดเป็นประจำ
- ผู้ที่ดื่มน้ำน้อยหรือปริมาณที่ดื่มไม่สัมพันธ์กับร่างกาย
- ผู้ที่รับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือยาสมุนไพรเป็นประจำ
- ผู้ที่รับประทานอาหารเสริมในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน

รักษาโรคไตให้หายขาดได้ไหม ?
โรคไตสามารถรักษาได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค หากตรวจเจอเร็วพบว่าเป็นโรคไตในระยะเริ่มต้น ก็จะสามารถรักษาได้ทันท่วงที วินิจฉัยโรคและรักษาให้หายเป็นปกติ หรือชะลอความเสื่อมของไตไม่ให้มีความรุนแรงจนต้องฟอกไต แต่หากเจอช้าการรักษาก็จะยากตามไปด้วย โดยมีวิธีการรักษา ดังนี้
การรักษาไตวายเฉียบพลัน
มุ่งเน้นไปที่การหยุดหรือแก้ไขสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน และการรักษาเพื่อลดอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
1. รักษาที่ต้นเหตุ แก้ไขภาวะช็อก หยุดการใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs และยาสมุนไพร รักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย การอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด
2. การฟอกไต การฟอกไตหรือฟอกเลือดเป็นการรักษาที่จะช่วยทดแทนการทำงานของไตที่เสียไป เพื่อให้ร่างกายยังสามารถทำงานอยู่ในสภาวะสมดุลมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
3. การรักษาตามอาการ การให้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดอาการบวม, ให้การรักษาเพื่อลดความดันโลหิตสูงและป้องกันภาวะหัวใจวาย, ให้การรักษาเพื่อลดอาการปวดและอาการบวมตามร่างกาย
การรักษาไตวายเรื้อรัง
1. การปลูกถ่ายไต สามารถยืดอายุผู้ป่วยเฉลี่ย 10-20 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไต การดูแลตนเอง และการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ภูมิต้านทานไปทำลายไตใหม่
2. การล้างไตทางช่องท้อง ปรับสมดุลของน้ำ เกลือแร่ รวมไปถึงสารเคมีต่าง ๆ เพื่อฟอกของเสียในเลือด จำนวน 4-6 ครั้งต่อวัน
3. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ใช้เครื่องกรองในการทำความสะอาดเลือดเพื่อย้อนกลับมาในตัวผู้ป่วย วิธีนี้ต้องรักษา 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 4 ชั่วโมง และผู้ป่วยจะต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล หรือ ศูนย์ไตเทียม เท่านั้น
4. การรักษาแบบประคับประคอง สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น โรคมะเร็งหรือโรคหัวใจและปอดรุนแรง ทางแพทย์จะพิจารณาให้รักษาแบบประคับประคองเท่านั้น
5. การปรับพฤติกรรม ผู้ป่วยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น ควบคุมอาหาร งดเค็ม งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ซื้อยารับประทานเอง
“โรคไต” สาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากผู้ป่วยระยะแรกมักไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ จึงทำให้สูญเสียโอกาสสำคัญในการรักษา … คุณมีอาการเข้าข่ายเป็นโรคไตหรือไม่? ควรตรวจเช็กสุขภาพไต และตรวจคัดกรองโรคไต ก่อนจะสายเกิน
สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการ ตรวจคัดกรองโรคไต Nephro Program สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Website : http://www.sikarin.com/
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728
โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคไต ราคาเริ่มต้น 2,900 บาท คลิก
https://www.sikarin.com/product/nephro-program
ค้นหาแพ็กเกจตรวจสุขภาพ ที่เหมาะกับคุณ
https://www.sikarin.com/package-and-promotion
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2556433




