รู้จัก “กาฬโรค” คืออะไร อันตรายแค่ไหน?

กาฬโรค (Plague) คือ โรคติดเชื้อร้ายแรงที่เกิดจากแบคทีเรียชื่อ Yersinia pestis ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในโรคระบาดที่เก่าแก่ เชื้อแบคทีเรียนี้อาศัยอยู่ในสัตว์ฟันแทะ (เช่น หนู กระรอก) และแพร่สู่คนผ่าน 2 ทางหลัก ได้แก่
  • หมัดหนู (Fleas): กัดสัตว์ที่มีเชื้อ แล้วมากัดคนต่อ (ทางที่พบได้บ่อยที่สุด)
  • ละอองฝอย (Aerosols): การไอหรือจามใส่กันโดยตรงจากผู้ป่วยที่เป็นกาฬโรคปอด

ประเภทและอาการของโรค

  • กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (Bubonic Plague) ต่อมน้ำเหลืองบริเวณบวมโต ปวดอย่างรุนแรง (เรียกว่า Buboes) มักเกิดที่ขาหนีบ รักแร้ หรือคอ พบบ่อยที่สุด หากไม่รักษาเชื้อจะลามเข้ากระแสเลือด
  • กาฬโรคในเลือด (Septicemic Plague) เชื้อกระจายเข้ากระแสเลือด ทำให้เนื้อเยื่อปลายมือปลายเท้าขาดเลือดและตายจนกลายเป็นสีดำมีอาการช็อกและอวัยวะล้มเหลวอย่างรวดเร็ว
  • กาฬโรคปอด (Pneumonic Plague) เชื้อเข้าสู่ปอด ทำให้ปอดบวมอย่างรุนแรง ไอเป็นเลือด หายใจลำบาก แพร่กระจายผ่านอากาศได้ร้ายแรงที่สุด หากไม่ได้รับยาปฏิชีวนะภายใน 24 ชม. อัตราการเสียชีวิตสูงเกือบ 100%
ในปัจจุบัน กาฬโรค รักษาหายได้ ด้วยยาปฏิชีวนะทั่วไป หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรก กาฬโรคไม่ใช่โรคที่สูญพันธุ์ แต่พบได้น้อยลงมาก ส่วนใหญ่ยังพบผู้ติดเชื้อประปรายในบางพื้นที่ของแอฟริกา อเมริกาใต้ และบางรัฐทางตะวันตกของสหรัฐฯ

กาฬโรคป้องกันอย่างไร

การป้องกันกาฬโรคทำได้โดยการตัดวงจรพาหะนำโรค (หนูและหมัด) และหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโดยตรง
  • ควบคุมพาหะและสภาพแวดล้อม จัดบ้านและที่ทำงานให้สะอาด กำจัดแหล่งอาหารและที่ซ่อนของหนู อุดรอยรอยรอยแยกหรือช่องว่างบริเวณผนัง ท่อระบายน้ำ และหลังคา
  • เลี่ยงการสัมผัสสัตว์และหมัด หลีกเลี่ยงสัตว์ป่าหรือสัตว์ฟันแทะ ไม่สัมผัสหนู กระรอก หรือซากสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ดูแลสัตว์เลี้ยง หมาและแมวอาจนำหมัดจากนอกบ้านเข้ามาได้ ควรใช้ยากำจัดหมัดตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ และไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงออกไปล่าสัตว์ฟันแทะในพื้นที่เสี่ยง
  • การป้องกันเมื่อเดินทางหรืออยู่ในพื้นที่ระบาด สวมหน้ากากอนามัย หากต้องเข้าใกล้ผู้ป่วยที่มีอาการไอหรือสงสัยว่าเป็นกาฬโรคปอด ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลหลังสัมผัสสิ่งของในพื้นที่เสี่ยง
  • พบแพทย์ทันที หากมีประวัติเดินทางไปพื้นที่ระบาดหรือถูกหมัดกัด แล้วเริ่มมีไข้สูง หนาวสั่น หรือต่อมน้ำเหลืองบวมโตภายใน 1–7 วัน การได้รับยาปฏิชีวนะเร็วจะช่วยป้องกันอันตรายถึงชีวิตได้
ขอบคุณข้อมูลจาก แพทย์หญิงวรฉัตร เรสลี อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save