ปัสสาวะบ่อย เป็นภาวะที่หลายคนอาจเคยเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร่างกายอาจเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ แม้ว่าอาการนี้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่
สาเหตุที่ทำให้ ปัสสาวะบ่อย
- การดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นปัสสาวะมากเกินไป เช่น ชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์
- ภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ที่ทำให้รู้สึกปวดแสบหรือปัสสาวะบ่อย
- โรคเบาหวาน ที่ทำให้ร่างกายต้องขับน้ำออกมากกว่าปกติ
- ปัญหาเกี่ยวกับไตหรือกระเพาะปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- ความเครียดหรือความผิดปกติทางจิตใจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท
โดยปกติแล้ว เราจะปัสสาวะบ่อย เฉลี่ย 6 – 8 ครั้งต่อวัน แต่หากมีการเข้าห้องน้ำที่บ่อยมากกว่านี้ นอกจากพฤติกรรมการดื่มน้ำที่มากเกินไป นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพบางอย่างได้
- โรคเบาหวาน เพราะร่างกายไม่สามารถควบคุมน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่สูงได้ ร่างกายจึงพยายามปรับโดยกำจัดน้ำตาลกลูโคสส่วนเกินผ่านปัสสาวะ
- โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นการอักเสบติดเชื้อต่อเนื่องมาจากท่อปัสสาวะ เกิดจากการกลั้นปัสสาวะนาน ๆ บ่อย ๆ ทำความสะอาดอวัยวะเพศไม่ดีพอ
- โรคไต เนื่องมาจากการทำงานที่ผิดปกติของไต ไตไม่สามารถดูดน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้ดีเช่นเดิม จึงทำให้น้ำถูกขับออกจากร่างกายมากกว่า และบ่อยกว่าปกติ
- ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน หรือโอเอบี (OAB) จะมีอาการปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน ปวดปัสสาวะอย่างฉับพลันไม่สามารถรอได้ และปัสสาวะเล็ดราด
- ต่อมลูกหมากโต ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ และไปกดทับท่อปัสสาวะให้ตีบเล็กลง ทำให้มีอาการปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะไม่สุด ส่งผลให้ต้องปัสสาวะบ่อย
- ตั้งครรภ์ เนื่องจากมดลูกของผู้หญิงจะขยายใหญ่ขึ้นจนไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติ
อาการคนท้องเดือนแรก สัญญาณเริ่มต้นว่ากำลังตั้งครรภ์
- ยา และสารบางชนิด ยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงทำให้ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติได้ เช่น ยาขับปัสสาวะ รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีนในปริมาณมาก ๆ
วิธีดูแลและป้องกันอาการ ปัสสาวะบ่อย
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำและหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกระตุ้น
- หมั่นสังเกตอาการเพิ่มเติม เช่น มีปวดแสบหรือปัสสาวะขุ่นร่วมด้วยหรือไม่
- หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
หากคุณมีอาการปัสสาวะบ่อย โดยที่ไม่ได้ดื่มน้ำ หรือไม่ได้บริโภคคาเฟอีน และแอลกอฮอล์มากกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อยจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการนอนหลับ และมีอาการอื่น ๆ ที่เป็นสัญญาณอันตราย เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด มีอาการเจ็บขณะปัสสาวะ มีปัญหาเกี่ยวกับการกลั้นปัสสาวะ มีไข้ เป็นต้น ควรพบแพทย์ทันที
Facebook : Sikarin Hospital
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728




