ปัสสาวะบ่อย อันตรายหรือไม่?!

ปัสสาวะบ่อย เป็นภาวะที่หลายคนอาจเคยเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร่างกายอาจเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ แม้ว่าอาการนี้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่

สาเหตุที่ทำให้ ปัสสาวะบ่อย

  1. การดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นปัสสาวะมากเกินไป เช่น ชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์
  2. ภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ที่ทำให้รู้สึกปวดแสบหรือปัสสาวะบ่อย
  3. โรคเบาหวาน ที่ทำให้ร่างกายต้องขับน้ำออกมากกว่าปกติ
  4. ปัญหาเกี่ยวกับไตหรือกระเพาะปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  5. ความเครียดหรือความผิดปกติทางจิตใจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท

โดยปกติแล้ว เราจะปัสสาวะบ่อย เฉลี่ย 6 – 8 ครั้งต่อวัน แต่หากมีการเข้าห้องน้ำที่บ่อยมากกว่านี้ นอกจากพฤติกรรมการดื่มน้ำที่มากเกินไป นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพบางอย่างได้

  • โรคเบาหวาน เพราะร่างกายไม่สามารถควบคุมน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่สูงได้ ร่างกายจึงพยายามปรับโดยกำจัดน้ำตาลกลูโคสส่วนเกินผ่านปัสสาวะ
  • โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นการอักเสบติดเชื้อต่อเนื่องมาจากท่อปัสสาวะ เกิดจากการกลั้นปัสสาวะนาน ๆ บ่อย ๆ ทำความสะอาดอวัยวะเพศไม่ดีพอ
  • โรคไต เนื่องมาจากการทำงานที่ผิดปกติของไต ไตไม่สามารถดูดน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้ดีเช่นเดิม จึงทำให้น้ำถูกขับออกจากร่างกายมากกว่า และบ่อยกว่าปกติ
  • ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน หรือโอเอบี (OAB) จะมีอาการปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน ปวดปัสสาวะอย่างฉับพลันไม่สามารถรอได้ และปัสสาวะเล็ดราด
  • ต่อมลูกหมากโต ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ และไปกดทับท่อปัสสาวะให้ตีบเล็กลง ทำให้มีอาการปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะไม่สุด ส่งผลให้ต้องปัสสาวะบ่อย
  • ตั้งครรภ์ เนื่องจากมดลูกของผู้หญิงจะขยายใหญ่ขึ้นจนไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติ

อาการคนท้องเดือนแรก สัญญาณเริ่มต้นว่ากำลังตั้งครรภ์

  • ยา และสารบางชนิด ยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงทำให้ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติได้ เช่น ยาขับปัสสาวะ รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีนในปริมาณมาก ๆ

วิธีดูแลและป้องกันอาการ ปัสสาวะบ่อย

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำและหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกระตุ้น
  • หมั่นสังเกตอาการเพิ่มเติม เช่น มีปวดแสบหรือปัสสาวะขุ่นร่วมด้วยหรือไม่
  • หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

หากคุณมีอาการปัสสาวะบ่อย โดยที่ไม่ได้ดื่มน้ำ หรือไม่ได้บริโภคคาเฟอีน และแอลกอฮอล์มากกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อยจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการนอนหลับ และมีอาการอื่น ๆ ที่เป็นสัญญาณอันตราย เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด มีอาการเจ็บขณะปัสสาวะ มีปัญหาเกี่ยวกับการกลั้นปัสสาวะ มีไข้ เป็นต้น ควรพบแพทย์ทันที


Facebook : Sikarin Hospital
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save