โรคอารมณ์สองขั้ว หรือที่เรามักเรียกกันทั่วไปว่า “ไบโพลาร์” (Bipolar Disorder) สาเหตุสำคัญเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง หรืออาจเกิดจากพันธุกรรม หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น ความเครียด สารเสพติด การเลี้ยงดู เป็นต้น โดยผู้ป่วยจะมีอาการซึมเศร้า สลับอารมณ์ดีผิดปกติ ราวกับเป็นคนละคน ต่อเนื่องกันยาวนานกว่า 1 สัปดาห์
เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย อาการสงสัยเป็น “ไบโพลาร์”
โรคไบโพลาร์ จะมีอาการพื้นฐานอยู่ทั้งหมด 4 อาการด้วยกัน ซึ่งอาการดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนทั้งทางด้านอารมณ์และร่างกาย โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนทางอารมณ์ เรี่ยวแรง และความคล่องตัว รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมถึงการทำงานอีกด้วย
ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์จะเกิดการแบ่งอารมณ์เป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน ได้แก่ ขั้วอารมณ์คึกคัก (Mania) หรืออารมณ์ดีผิดปกติ และขั้วซึมเศร้า (Depress) โดยระยะเวลาในการแสดงอาการของแต่ละขั้วอาจยาวนานหลายวัน หรืออาจยาวนานหลายสัปดาห์
อารมณ์ของผู้ป่วยไบโพลาร์จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงๆ บางคนอาจมีอารมณ์คึกคักก่อน แล้วจึงมีอาการแบบซึมเศร้าขึ้นมา หรืออาจะสลับกับอาการปกติต่อเนื่องกันไป
อารมณ์ดีผิดปกติ
- คึกคัก มีกำลังวังชา
- ไม่ยอมหลับ
- พูดมาก
- หงุดหงิดง่าย
- เชื่อมั่นในตัวเองสูง
- ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
- มีอารมณ์ทางเพศสูง
อารมณ์เศร้าผิดปกติ
- เศร้า หดหู่
- ไม่อยากพบใคร
- ไม่อยากทำอะไร
- คิดช้า ไม่มีสมาธิ
- คิดลบ
- คิดฆ่าตัวตาย
ไบโพลาร์รักษาได้
ในปัจจุบัน โรคไบโพล่าห์สามารถรักษาได้ แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 100% แต่ผุ้ป่วยไบโพลาร์ที่รับการรักษา สามารถกลับมาใช้ชีวิต ทำกิจวัตรประจำวัน ทำงาน ได้เหมือนกับคนทั่วไป โดยการรักษาจะแบ่งออกเป็น
- การรักษาด้วยยา เพื่อปรับสารสื่อประสาทในสมองของผู้ป่วยกลับสู่สภาวะปกติ
- การบำบัดทางด้านสังคมจิตใจ รับการปรึกษาและการทำจิตบำบัด
- คนรอบข้างช่วยกันดูแล และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการรับการรักษา
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่เข้ารับการรักษา จะต้องปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันคนรอบข้างก็ต้องทำความเข้าใจและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้อาการกำเริบ เพราะโรคไบโพลาร์สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ถึงร้อยละ 80-90 โดยมีปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นได้แก่ เหตุการณ์สะเทือนใจ เหตุการณ์พลิกผันในชีวิต ภาวะเครียด และ การใช้สารเสพติด
สัญญาณเตือน ! คุณอาจเข้าข่ายเสี่ยงเป็น ไบโพลาร์
โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่คนรอบข้างต้องทำความเข้าใจกับผู้ป่วย หากสังเกตอาการของคนรอบข้างว่ามีแนวโน้มที่เสี่ยงเป็นโรคดังกล่าว ควรเข้ารับการปรึกษาและรักษาอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ได้ให้คำแนะนำถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเสี่ยงเป็นไบโพลาร์ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้
- มีปัญหาในการทำงานให้สำเร็จ
- มีอาการต่าง ๆ ของโรคซึมเศร้าแทรกซ้อนของโรคไบโพลาร์
- พูดเร็ว
- หงุดหงิดง่ายในบางกรณี
- ใช้ยาเสพติดหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- อารมณ์ดีมากเกินไป (ไฮเปอร์)
- นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
- มีพฤติกรรมที่สม่ำเสมอ ไม่คิดหน้าคิดหลัง
การทำความเข้าใจโรคไบโพลาร์อย่างถูกต้องคือก้าวแรกในการดูแลผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงและต่อเนื่อง อย่ารอให้ปัญหาลุกลาม โรงพยาบาลศิครินทร์ พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพจิตอย่างครบวงจร โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช พร้อมเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลและมั่นใจอีกครั้ง นัดหมายง่าย สะดวก และเป็นส่วนตัว – ดูแลใจคุณ…เหมือนคนในครอบครัว
ขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ นายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)
Facebook : Sikarin Hospital
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728




