โรคตากุ้งยิง (Hordeolum)

โรคตากุ้งยิง (Hordeolum) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยมักเกิดบริเวณเปลือกตาด้านบนและเปลือกตาด้านล่าง ทำให้มีอาการเจ็บปวดตรงที่เป็นตุ่มหรือหนอง ซึ่งนอกจากการใช้ยาปฏิชีวนะ การเจาะหนองที่อยู่บริเวณเปลือกตาออกก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้การอักเสบหายได้เร็วขึ้น

ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร

ปัจจัยเสี่ยงหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดตากุ้งยิง ได้แก่

  • สัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด
  • การใส่คอนแทคเลนส์
  • โรคเปลือกตาอักเสบ
  • ใช้เครื่องสำอางที่ไม่สะอาดหรือล้างเครื่องสำอางไม่หมด
  • เคยมีประวัติเป็นตากุ้งยิงมาก่อน
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง เช่น เป็นโรคเบาหวาน

ทำไมถึงต้องเจาะหนองที่เปลือกตา

  • เพื่อลดการเกิดความผิดรูปร่างของเปลือกตา (แผลสวยกว่าปล่อยให้แตกเอง)
  • เพื่อช่วยให้การอักเสบหายเร็วขึ้น

กรณีที่ไม่พบหนองชัดเจน อาจเริ่มต้นการรักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะ ทั้งยาหยอดตาและยาป้าย รวมทั้งยารับประทาน แต่หากไม่ยุบแนะนำ เจาะออก

ไม่ยุบแล้วปล่อยเรื้อรังอาจเกิดผลกระทบรุนแรง!

หากหนองไม่ยุบแล้วคนไข้ยังไม่รับการเจาะออก อาจเกิดแผลเป็นลักษณะคล้ายก้อนเนื้องอกที่เปลือกตา (เกิดจากการที่หนองแตกเอง) ซึ่งต้องมาผ่าตัดแก้ภายหลังและทำให้เป็นแผลเป็นตามมา

ขั้นตอนในการเจาะหนอง

  1. หยอดยาชา 2-3 ครั้ง ที่ตาข้างที่จะทําการเจาะ (เพื่อเตรียมการเจาะหนองภาย ใต้เครื่องมือปลอดเชื้อโรค)
  2. ฉีดยาชาลงบนผิวเปลือกตา บริเวณใกล้เคียงกับตุ่มหนองอย่างเบามือและเลือกใช้เข็มเบอร์เล็กสุด
  3. เมื่อแพทย์ทดสอบว่ามีอาการชาเรียบร้อย จึงดำเนินการเจาะเอาหนองออก (โดยวิธีปราศจากเชื้อ)
  4. หลังจากเจาะหนองเรียบร้อยใส่ยาฆ่าเชื้อและตามด้วยปิดตาแน่น ประมาณ 2 ชั่วโมง (เพื่อหยุดเลือดจากแผล) หากผู้ป่วยขับรถมา อาจปิดตาแน่นเพียง 30 นาที – 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นค่อยเปิดผ้าออกได้ (ต้องไม่มีภาวะเลือดออกง่าย) ถ้าเลือดหยุดไหลแล้วก็สามารถขับรถกลับบ้านได้เอง

การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย

ก่อนทำ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

งดยากลุ่มที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่นยาละลายลิ่มเลือด กลุ่ม Warfarin โดยงดก่อนทำการเจาะหนอง 7 วัน เนื่องจากยากลุ่มดังกล่าวจะทำให้เกิดความเสี่ยงเลือดออกมากขณะเจาะหนองออก หรือเลือดหยุดช้า

หลังทำ การเจาะหนองที่เปลือกตา ควรดูแลตนเองดังนี้

  • ใช้ชีวิต ประกอบกิจวัตรประจําวันได้ตามปกติ ระวังอย่าให้แผลโดนน้ํา ประมาณ 2 วัน (ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่แผล)
  • หยอดยาและป้ายยาฆ่าเชื้อ ตามแผนการรักษาของแพทย์ อย่างน้อย 7 วัน หากยังพบการอักเสบ ให้หยอด ยาและป้ายยาเพิ่มอีก 7 วัน รวมเป็น 14 วัน (หากไม่แน่ใจให้กลับมาพบแพทย์เพื่อดูอาการ)
  • งดกีฬาทางน้ํา หรือกีฬาที่เหงื่อออกมาก หรือ โดนฝุ่น/ลมมาก รวมทั้งกีฬาที่ต้องออกแรงมากประมาณ 7 วัน เนื่องจากอาจทําให้เกิดการติดเชื้อซ้ํา หรือเลือดออก (เสียเวลาในการรักษาเพิ่มขึ้น)

อาการข้างเคียงที่อาจพบได้

  • เปลือกตาอาจเขียวช้ําจากการเจาะ
  • เกิดหนองซ้ํา เนื่องจากการไม่รักษาความสะอาดหรือ เชื้อจากหนองดื้อต่อยาฆ่าเชื้อ (เชื้อที่พบแต่ละคนแตกต่างกัน)
  • เกิดแผลเป็นบริเวณที่เจาะ (อาจเกิดจากผู้ป่วยมีลักษณะผิวที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นง่าย และในผู้ป่วยเบาหวาน มักพบว่ามีแนวโน้มแผลหายยากกว่าบุคคลทั่วไป)
  • ผิวกระจกตาดําถลอก (เกิดได้น้อยมาก) สาเหตุจากปิดตาไม่สนิท/แน่นพอ หรือ ผู้ป่วยเปิดตาเองก่อนถึง เวลาเปิดแล้วปิดตาซ้ําเอง ทําให้ผ้าปิดตาถูกับกระจก ตาได้ ควรปิดตาตามเวลาที่กําหนด ควรให้เจ้าหน้าที่แผนกตาเป็นผู้ปิดตาให้
  • ปวดตาจากแผลที่เจาะ กรณีนี้สามารถทานยาแก้ปวดกลุ่ม Paracetamol ได้ กรณีที่ปวดมากควรกลับมา พบแพทย์

หมายเหตุ กรณีเจาะตากุ้งยิ่งในเด็ก ที่ยังไม่สามารถให้ความร่วมมือ หรือกลัวมาก แนะนําว่าควรดมยาสลบ เพื่อความปลอดภัย (ลดอุบัติการณ์การเกิดเข็มทิ่มตา ขณะฉีดยาชา)

ปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์จักษุ คลิก

ข้อมูลสุขภาพ
โทรหาเรา 1728 นัดหมายแพทย์ นัดหมายแพทย์

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่คุณในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า