ไอเรื้อรัง คืออะไร? ไอเรื้อรัง หมายถึง อาการไอที่อยู่นานกว่า 4 สัปดาห์ โดยไม่มีไข้หรืออาการอื่นรุนแรง อาการลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่ “ไอธรรมดา” แต่เป็นอาการที่ควรทำความเข้าใจว่า “เกิดจากอะไร” เพื่อให้สามารถดูแลหรือรักษาได้อย่างถูกต้อง
สาเหตุหลักของไอเรื้อรังในเด็ก
อาการไอเรื้อรังในเด็กสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
- น้ำมูกไหลจากด้านหลัง (Postnasal Drip) มีอาการ ไอตอนเช้า หรือช่วงกลางคืน มีเสมหะในคอ น้ำมูกไหล หรือจมูกอุดตัน
- หอบหืด (Asthma) มีอาการ ไอตอนกลางคืนหรือก่อนนอน หายใจมีเสียงหวีด ไอเมื่อเล่นหรือเมื่ออากาศเย็น
- ภูมิแพ้จมูกหรือปอด มีอาการ คันจมูก หรือคันตา จมูกอุดตัน ไอซ้ำ ๆ ทุกฤดู
- ติดเชื้อทางเดินหายใจเรื้อรัง มีอาการไอหลังจากเป็นหวัด นานกว่า 3 สัปดาห์
- ภาวะน้ำมูกไหลจากจมูกอักเสบเรื้อรัง มีน้ำมูกใสไหลต่อเนื่อง อาการไม่หาย
ดูแลลูกน้อยอย่างไรดี?
หากเด็กมีอาการไอเรื้อรัง ผู้ปกครองสามารถเริ่มดูแลเบื้องต้นได้ด้วยวิธีดังนี้
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ในเด็กเล็กอาจใช้น้ำเกลือหยอดเข้ารูจมูก หรือใช้สเปรย์น้ำเกลือ (Saline nasal spray/drops) 1–2 หยดในแต่ละรูจมูก วันละ 2–3 ครั้ง เช้า เย็น และก่อนนอน (น้ำเกลือล้างจมูกสามารถใช้ได้ทุกวัน ปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียง)
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ น้ำอุ่น น้ำมะนาว หรือ น้ำเปล่า สามารถช่วยให้เสมหะละลายง่าย และทำให้ขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ น้ำหอม ขนสัตว์ ของเล่นที่เก็บไว้นาน
เมื่อไรที่ควรพาไปพบแพทย์?
หากเด็กมีอาการไอแบบนี้ ควรพาไปพบแพทย์
- ไอไม่ดีขึ้นหลังจากดูแลที่บ้าน 1–2 สัปดาห์
- ไอรุนแรง หรือมีเสียงหวีด
- หายใจเร็ว หายใจลำบาก หรือหน้าซีด
- มีไข้ น้ำมูกสีเหลืองเข้มหรือมีกลิ่นเหม็น
- ลูกดูอ่อนเพลีย ไม่อยากเล่น หรือกินข้าวไม่ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก นายแพทย์ธนกร กาญจนประดับ กุมารแแพทย์โรคระบบหายใจ สถาบันกุมารเวช โรงพยาบาลศิครินทร์กรุงเทพ




