หลายคนอาจเคยได้ยินว่าการกินเค็มมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า กินเค็มแค่ไหน ถึงจะพอดีและการบริโภคโซเดียมในชีวิตประจำวันของเรามากเกินไปหรือไม่

การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมมากจนเกินไป จะทำให้เกิดความดันในโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และ โรคหลอดเลือดสมอง
ร่างกายของเราสามารถขับโซเดียมออกมาได้ 3 ทาง คือ ผ่านทางไต ผ่านทางเหงื่อ และผ่านทางอุจจาระ หากร่างกายมีปริมาณโซเดียมมากเกินไป จะทำให้เกิดการคั่งของเกลือและน้ำในอวัยวะต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนัก
อาหารที่มีโซเดียมสูงที่ควรหลีกเลี่ยง (มีโซเดียมมากกว่า 120 mg/ส่วน) เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ปลาร้า กะปิ ซอสปรุงรส น้ำปลา ขนมขบเคี้ยว อาหารหมักดอง เป็นต้น
กินเค็มแค่ไหน ถึงจะดีต่อสุขภาพ
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชา (5 กรัม) ของเกลือ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขไทยกำหนดปริมาณสูงสุดที่ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 6 กรัมของเกลือ แม้ว่าโซเดียมจะเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่การได้รับมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคไตได้ ดังนั้น ควรควบคุมปริมาณโซเดียมให้เหมาะสมโดยเลือกบริโภคอาหารสด ลดการใช้เครื่องปรุงรสที่มีเกลือสูง และอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ลดเค็มสักนิด เพื่อสุขภาพไตที่ดี
กินเค็มนาน ไม่ดีต่อใจ เสี่ยงเกิด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน โดยปกติแล้ว ปริมาณโซเดียมที่ร่างกายต้องการ คือ ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา หรือน้ำปลา 4 – 5 ช้อนชา) คำแนะนำในการปรุงอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีมี ดังนี้
- รับประทานอาหารจืดแล้วปรุงรสทีหลัง ไม่ควรมีรสเค็มจัด
- ฝึกนิสัย “ชิมก่อนปรุง” และ “ไม่ควรปรุงรสเค็ม” แนะนำให้เติมทีละน้อยๆ
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เช่น ของหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น
- ลดการชุบน้ำจิ้ม จิ้มเพียงครึ่งเดียว และไม่แช่อาหารในน้ำจิ้ม
- ลดการซดน้ำแกง น้ำซุป ที่เป็นอาหารจากการปรุงสำเร็จ
Facebook : Sikarin Hospital
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728




