เคล็ดลับการบีบหรือปั๊มนมแม่ การเก็บรักษาน้ำนม

 

เคล็ดลับการบีบหรือปั๊มนมแม่ การเก็บรักษาน้ำนม

 

น้ำนมแม่ เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของลูก ควรให้ลูกดื่มแต่น้ำนมแม่อย่างเดียวโดยไม่จำเป็นต้องรับประทานน้ำหรืออาหารอื่นๆ เพิ่มเติม เพราะในน้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วน และเพียงพอกับความต้องการของลูกน้อย

 

การบีบหรือปั๊มนมดีอย่างไร?

  1. ป้องกันหรือแก้ไขเต้านมคัด ภาวะท่อน้ำนมอุดตัน (Blocked duct)

  2. เพิ่มการผลิตน้ำนม

  3. เพื่อให้ได้น้ำนมสำหรับทารก เมื่อมารดาและทารกต้องแยกจากกัน

  4. เมื่อทารกไม่ยอมหรือไม่สามารถดูดนมจากเต้าได้

 

การบีบน้ำนมด้วยมือ คุณแม่ควรปฏิบัติ ดังนี้

  1. ล้างมือให้สะอาด

  2. จัดนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เป็นรูปตัว U ที่อยู่ในระนาบเดียวกัน แล้ววางไว้บนเต้านม หัวแม่มืออยู่ที่ตำแหน่งห่างจากฐานหัวนม 3 – 4 เซนติเมตร (2 นิ้วมือ) และนิ้วชี้วางใต้หัวนมห่างจากฐานหัวนม 3 – 4 เซนติเมตร ปลายนิ้วหัวแม่มือ ปลายนิ้วชี้ และหัวนมอยู่ในแนวเดียวกัน

  3. ทำการบีบน้ำนม โดยให้ปฏิบัติ 3 จังหวะ ดังนี้

จังหวะที่ 1 กดนิ้วเข้าหากระดูกทรวงอก

จังหวะที่ 2 บีบนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เข้าหากัน โดยที่นิ้วอยู่หลังลานหัวนม ไม่ไถไปตามผิวหนังและเข้าไปในลานนม ลานนมต้องไม่หยุ่น หรือการหยุ่นของลานนมเวลาบีบน้ำนม เป็นปัจจัยของการเกิดรอยย่นของลานนม

จังหวะที่ 3 คลายนิ้วที่บีบโดยนิ้วไม่ถูกยกขึ้นจากผิวหนัง

  1. ย้ายตำแหน่งที่วางนิ้วมือ รอบๆ ลานหัวนม เมื่อน้ำนมไหลย้อยเพื่อบีบน้ำนมออกให้ทั่วเต้า

  2. เปลี่ยนเต้าที่บีบ เมื่อน้ำนมไหลออกน้อยหรือไหลช้า

 

การปั๊มนมด้วยเครื่องปั๊มนม

ประโยชน์ที่สำคัญของการปั๊มนม นอกจากข้อบ่งชี้ที่กล่าวมาแล้ว คือ การเก็บสต็อกน้ำนมให้ลูก เมื่อแม่ต้องกลับไปทำงาน คุณแม่จำนวนมากเข้าใจผิดคิดว่าจะต้องบีบเก็บน้ำนมแม่ให้ได้จำนวนมากตั้งแต่แรกคลอด โดยเคร่งเครียดกับการเก็บน้ำนมตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ หลังคลอด บางครั้งปั๊มนมขณะให้ลูกดูดนมอีกเต้าหนึ่ง ซึ่งทำให้เสียโอกาสไม่ได้ลิ้มรสความสุขในการอุ้ม และสัมผัสกับลูกน้อย บางครั้งปั๊มนมจนไม่ได้พักผ่อนและเป็นปัจจัยของการมีน้ำนมน้อย

 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะนำความสุขมาให้แม่ เมื่อแม่ปฏิบัติด้วยความสุข แต่ถ้าหากคุณแม่มีความเครียด ความวิตกกังวล ขณะบีบน้ำนมหรือปั๊มนม น้ำนมจะมาน้อยหรือไม่มา แม่จึงต้องตระหนักถึงปัจจัยนี้ การปั๊มนมเพื่อเก็บสต็อกไม่ควรทำในสัปดาห์แรกๆ หลังคลอด ซึ่งเป็นระยะที่แม่ควรนอนพักผ่อน รับประทานอาหารให้เพียงพอเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูก เมื่อลูกหลับและตื่นเป็นเวลาแล้ว จึงเริ่มปั๊มนมและเก็บสะสมน้ำนมก่อนแม่กลับไปทำงาน 2 – 3 สัปดาห์ โดยให้ปั๊มช่วงกลางวัน และควรปั๊มนมทุก 3 – 4 ชั่วโมงและเว้นในช่วงกลางคืน เพื่อไม่ให้แม่อดนอน ยกเว้นเต้านมคัดถ้าไม่ปั๊ม

 

การปั๊มนมแต่ละครั้งใช้เวลา 15 – 30 นาที จนน้ำนมเกลี้ยงเต้า (เต้านมนุ่ม)

 

การเก็บหรือสต็อคน้ำนมแม่

  1. บีบน้ำนมจากเต้าลงในภาชนะที่ปราศจากเชื้อโดยตรง อาจจะเป็นขวดนมที่นึ่งแล้วหรือถุงเก็บน้ำนม

  2. ปริมาณน้ำนมที่เก็บในภาชนะ ให้เก็บเท่ากับปริมาณนมที่ลูกต้องการในแต่ละมื้อ

  3. ปิดฝาภาชนะให้มิดชิดทันที หลังเสร็จสิ้นการบีบ

  4. เขียนป้ายระบุ วันที่ และเวลา ที่เก็บน้ำนม

  5. เก็บไว้ในตู้เย็นส่วนที่เย็นสุดทันที อย่าเก็บไว้ที่ประตูตู้เย็น

 

 

*หมายเหตุ :

1. ระยะเวลาการเก็บน้ำนมแม่ในตู้เย็น ขึ้นอยู่กับความสะอาดในการบีบเก็บน้ำนม, อาหารที่เก็บอยู่ในตู้เย็น และการ ปิดเปิดตู้เย็น

2. ในการเก็บน้ำนมแม่ ถ้าน้ำนมแม่มีมากและคาดว่าจะต้องเก็บในตู้เย็นนานเกิน 24 ชั่วโมง ควรเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง ซึ่งจะเก็บรักษาได้นานกว่า

3. การเก็บน้ำนมแม่ในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส อาจจะสามารถเก็บได้นานกว่า 1 ชั่วโมง แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย ไม่ควรจะเก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ถ้าจะต้องเก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ควรเก็บเข้าตู้เย็นจะปลอดภัยกว่า

 

การนำน้ำนมแม่ที่บีบเก็บไว้มาให้ลูก (ให้นำน้ำนมที่เก่าสุดออกมาใช้ก่อน) โดยนำไปแช่ในน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่น ห้ามนำไปอุ่นในน้ำร้อนจัด นำไปต้มหรืออุ่นด้วยไมโครเวฟ เพราะจะทำให้คุณค่าของสารอาหารในน้ำนมบางชนิดสูญหายไป หรือลดน้อยลง

 

โทรหาเรา 1728 นัดหมายแพทย์ นัดหมายแพทย์

เข้าระบบ