
ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่หลายคนอาจเคยได้ยิน แต่ไม่ค่อยมีใครอยากพูดถึง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่ายโดยตรง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ริดสีดวงเป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานออฟฟิศ แม่บ้าน หรือแม้แต่นักกีฬา การทำความเข้าใจเกี่ยวกับริดสีดวงจะช่วยให้เรารู้เท่าทันและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง
ริดสีดวงทวาร สังเกตอาการอย่างไร

ริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก คือ ริดสีดวงภายใน (Internal Hemorrhoid) และ ริดสีดวงภายนอก (External Hemorrhoid) ซึ่งแต่ละแบบมีอาการที่แตกต่างกันไป
ริดสีดวงภายใน
แบ่งออกเป็น 4 ระยะ สังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้
- ระยะที่ 1: มีเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ แต่ไม่มีอาการเจ็บ
- ระยะที่ 2: มีก้อนเนื้อโผล่ออกมาขณะขับถ่าย แต่สามารถหดกลับเข้าไปเองได้
- ระยะที่ 3: มีก้อนเนื้อโผล่ออกมาและต้องใช้มือดันก้อนเนื้อกลับเข้าไป
- ระยะที่ 4: มีก้อนเนื้อโผล่ออกมาและไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ มีอาการเจ็บปวดมาก
ริดสีดวงภายนอก
อาจมีอาการเจ็บปวดหรือไม่ก็ได้ สามารถสังเกตได้ง่ายกว่าริดสีดวงภายใน เนื่องจากเป็นก้อนบวมบริเวณรอบทวารหนัก อาจรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองโดยเฉพาะเวลานั่งหรือขับถ่าย อาจมีอาการปวดมากขึ้นหากเกิดการอักเสบหรือมีลิ่มเลือดคั่งในก้อนริดสีดวง
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม: ถ่ายแข็งต้องเบ่ง คัน เจ็บ แสบ บริเวณทวารหนัก
ลองเปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าเส้นทางที่ต้องผ่านเข้าออกเป็นประจำ คือรูทวาร และประตูเปิดปิด คือก้อนเนื้อที่โผล่ออกมา การผ่านทางเข้าออกแต่ละครั้งจะต้องเบียดประตูเข้าไปทั้งดันเข้าและดันออก ประตูก็จะเสียหาย(อักเสบ) ขึ้นเรื่อยๆ แถมเส้นทางเข้าออกก็จะเริ่มสึกหรอและเกิดแผลมีเลือดไหลออกมานั่นเอง

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิด ริดสีดวงทวาร ที่คุณอาจไม่เคยรู้
แม้ว่าใครก็เป็นริดสีดวงได้ แต่คนบางกลุ่มนั้นมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะถ้ามีพฤติกรรมเหล่านี้เป็นประจำ
มนุษย์ออฟฟิศ – นั่งนาน แทบไม่ได้ลุก • นั่งทำงานหรือประชุมต่อเนื่องหลายชั่วโมงทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี เกิดแรงดันในเส้นเลือดรอบทวารหนัก เพิ่มโอกาสเป็นริดสีดวงโดยไม่รู้ตัว
เข้าห้องน้ำนาน • ไม่ว่าจะเล่นมือถือหรืออ่านหนังสือการนั่งแช่ในห้องน้ำนานๆ อาจทำให้เส้นเลือดบริเวณทวารหนักขยายตัว เสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงได้โดยไม่รู้ตัว
สายกินเผ็ด แซ่บทุกมื้อ • อาหารรสจัดทำให้ลำไส้ระคายเคือง ท้องเสียบ่อย เยื่อบุลำไส้อักเสบ เป็นสาเหตุที่ทำให้ริดสีดวงกำเริบ
สายปาร์ตี้ ดื่มหนัก ดื่มบ่อย • แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำและกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว อุจจาระแข็ง ต้องเบ่งแรง เสี่ยงริดสีดวงมากขึ้น
คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือเพิ่งคลอดบุตร • ขณะตั้งครรภ์แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นส่งผลให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง เสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงมากขึ้น
ดื่มน้ำน้อย – ใยอาหารต่ำ • ถ้าดื่มน้ำไม่พอ + กินผักน้อย อุจจาระจะแข็ง ทำให้ต้องออกแรงเบ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริดสีดวง
เบ่งแรง เบ่งสุดกำลัง! • ระวังไว้เลย การใช้แรงเบ่งอุจจาระมากไปทำให้เส้นเลือดบริเวณทวารหนักโป่งพอง และเป็นจุดเริ่มต้นของริดสีดวง
ไม่ค่อยขยับร่างกาย น้ำหนักตัวเกิน หรือสูงอายุ • การขาดการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเพียงพออาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางเดินอาหาร เช่น ระบบขับถ่ายทำงานช้าลง ท้องผูก และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดริดสีดวงอีกด้วย
หากหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ได้ ก็สามารถลดโอกาสเกิดริดสีดวงได้เช่นกัน
รักษา ริดสีดวงทวาร วิธีไหนเหมาะกับใคร?
ริดสีดวงทวารรักษาได้! แต่ละระยะของโรคมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน ในผู้ป่วยบางรายเพียงแค่ปรับพฤติกรรมก็สามารถหายได้เอง ในขณะที่บางรายอาจต้องใช้เทคนิคทางการแพทย์อย่างการทำหัตถการช่วยเสริมการรักษาหรือการผ่าตัด
ระยะที่ 1-2: ปรับพฤติกรรม หายเองได้
แพทย์แนะนำว่าหากริดสีดวงยังเล็ก ไม่มีอาการรุนแรง มีวิธีรักษาริดสีดวงด้วยตัวเองที่สามารถบรรเทาอาการและชะลอการลุกลามได้
- เพิ่มไฟเบอร์และดื่มน้ำให้เพียงพอ 2-3 ลิตร/วัน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการนั่งถ่ายนาน หรือเบ่งแรงเกินไป
ระยะที่ 2-3: ยา + วิธีรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด
ถ้าก้อนริดสีดวงเริ่มโตหรือมีอาการมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าตัด สามารถรักษาด้วย ยาแก้ริดสีดวง (ยากิน, ยาทา หรือยาเหน็บ) หรือหัตถการช่วยเสริมการรักษา เช่น
- ฉีดยาให้ริดสีดวงฝ่อ เพื่อให้ยุบตัวและหลุดไปเองโดยไม่ต้องผ่าตัด
- รัดยางที่ก้อนริดสีดวง ทำให้ริดสีดวงหลุดไปเองภายใน 7-10 วัน
ระยะที่ 3-4: วิธีรักษาริดสีดวงขั้นสูง
หากก้อนริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น มีเลือดออก หรือมีอาการปวดมาก วิธีรักษาขั้นสูงเหล่านี้สามารถช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม
- ผ่าตัดแบบทั่วไป ตัดก้อนริดสีดวงออกโดยตรง เหมาะกับริดสีดวงขนาดใหญ่
- ผ่าตัดเย็บเก็บริดสีดวง (Stapled Hemorrhoidopexy) ใช้เครื่องเย็บพิเศษ ดึงริดสีดวงกลับที่เดิม เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดทั่วไป
- รักษาริดสีดวงด้วยเลเซอร์อินฟราเรด เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้การรักษาริดสีดวงทวารเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวิธีการรักษาที่ไม่ยุ่งยาก
- ใช้พลังงานเลเซอร์จี้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงริดสีดวง ทำให้ฝ่อตัวและยุบลง
- เจ็บน้อยกว่า ไม่มีแผลเปิด ต่างจากการผ่าตัดแบบเดิม
- ใช้เวลาไม่นาน กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
ถามว่าริดสีดวงอันตรายไหม? หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ ถ้าเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้เร็วขึ้น และไม่ต้องเจอกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่สามารถป้องกันและรักษาได้ อาการอาจเริ่มจากแค่มีเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ ไปจนถึงมีอาการปวดและก้อนเนื้อโผล่ออกมา การนั่งนาน เบ่งแรง หรือท้องผูกบ่อย เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดริดสีดวงโดยไม่รู้ตัว แต่อย่างไรก็ตาม ริดสีดวงทวารสามารถรักษาได้ตามระยะของโรค ตั้งแต่ปรับพฤติกรรม ใช้ยา หรือเทคนิคที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การฉีดยาให้ริดสีดวงฝ่อ หรือการใช้เลเซอร์ ซึ่งช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับการตรวจรักษาได้อย่างทันท่วงที
เครือโรงพยาบาลศิครินทร์ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมและระบบทางเดินอาหาร พร้อมให้คำปรึกษาและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยริดสีดวงทุกท่าน
โปรแกรมเหมาจ่ายส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Diamond ตรวจสุขภาพแบบเจาะลึกอย่างละเอียด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Platinumตรวจสารบ่งชี้มะเร็งครอบคลุมทุกด้าน เช็กทุกความเสี่ยง
Facebook : Sikarin Hospital
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728




