มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายใกล้ตัวผู้หญิง

นายแพทย์ธนุพัชร์ ดีทองอ่อน
สูตินรีแพทย์ ด้านมะเร็งนรีเวชวิทยา

โรค “มะเร็งปากมดลูก” ภัยร้ายใกล้ตัวผู้หญิงในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรค “มะเร็งปากมดลูก” สูงถึง 7 คนต่อวัน

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า “HPV” (Human Papilloma Virus) เชื้อไวรัสนี้ทำให้เซลล์ปากมดลูกอักเสบเรื้อรังและสามารถพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งมีหลากสายพันธุ์มาก แต่สายพันธุ์ที่พบได้มากที่สุดเป็นสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งในปัจจุบัน มีการค้นพบวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัส HPV ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก ถ้าพูดถึงโรคร้ายของผู้หญิง จะต้องมีโรค มะเร็งปากมดลูก เป็นชื่ออยู่ในลำดับต้นๆที่ผู้หญิงมักเป็นกันอย่างแน่นอนครับ ในประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกในแต่ละปีประมาณ 9,000 คน และพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 4,000 – 5,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 50% ของผู้หญิงที่เป็นโรคนี้เลยทีเดียว

ใครเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก

โรคมะเร็งปากมดลูกพบในผู้หญิงตั้งแต่อายุก่อน 30 จนถึง 80 ปี โดยพบมากในช่วงอายุ 35 – 50 ปี พฤติกรรมของผู้หญิงไทยส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง และรู้สึกเขินอายกลัวที่จะพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นกว่าจะรู้ตัวว่ามีอาการผิดปกติ ความรุนแรงของโรคก็มักอยู่ในระยะลุกลามยากต่อการรักษา

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

โรคมะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุหลักเกิดจาก

  • การติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การมีคู่นอนหลายคน หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน
  • การสูบบุหรี่
  • การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลายาวนาน
  • การตั้งครรภ์หรือมีบุตรหลายคน
  • ภูมิคุ้มกันไม่ดี
  • การละเลยไม่ไปตรวจภายในเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

อาการของมะเร็งปากมดลูก

อาการมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกมักจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่เมื่อมะเร็งลุกลามแล้วอาจมีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด เช่น หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังหมดประจำเดือน มีตกขาว ปัสสาวะหรืออุจจาระปนเลือด ซึ่งเกิดจากมะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง

วิธีการรักษาและการป้องกัน

ระยะก่อนลุกลาม 

  • การตรวจภายใน การทำแพปสเมียร์ และการตรวจด้วยกล้องขยาย (Colposcope) ทุก 4 – 6 เดือน รอยโรคขั้นต่ำบางชนิดสามารถหายไปได้เองภายใน 1 – 2 ปี
  • การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า
  • การจี้ปากมดลูกด้วยความเย็น
  • การตัดปากมดลูกออกเป็นรูปกรวยด้วยมีด

ระยะลุกลาม การเลือกวิธีรักษาขึ้นกับโรคประจำตัวของผู้ป่วยและระยะของมะเร็ง

  • ระยะที่ 1 และ 2 บางราย รักษาโดยการตัดมดลูกออกแบบกว้างร่วมกับการเลาะต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานออก
  • ระยะที่ 2 – 4 รักษาโดยการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด

การป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การสูบบุหรี่
  • ตรวจคัดกรองความผิดปกติของปากมดลูก โดยการตรวจแพปสเมียร์ (Pap Smear) และ การตรวจหาเชื้อ HPV
  • การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV

 “โรคมะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันได้โดยลดพฤติกรรมเสี่ยง เพียงรู้วิธีการป้องกันตนเอง และหมั่นตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอรวมไปถึงการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV”


มะเร็งปากมดลูก

วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คือ วัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV โดยฉีดทั้งหมด 3 เข็ม

  • เข็มแรก ฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อ
  • เข็มที่ 2 ฉีดห่างจากเข็มแรก 1 – 2 เดือน
  • เข็มที่ 3 หลังจากฉีดเข็มแรก 6 เดือน

“วัคซีนนี้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดให้กับเด็กผู้หญิงอายุ 9 – 14 ปี หรือผู้ที่ยังไม่ผ่านการเพศสัมพันธ์มาก่อน แต่หากเป็นสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว วัคซีนจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับผู้ที่ยังไม่มีการติดเชื้อ HPV หรือไม่มีเซลล์ผิดปกติ “

ปัจจุบันวัคซีนมี 2 ชนิด สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง โดยเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่ถึง 75% ประสิทธิภาพของวัคซีนทั้งสองชนิดในการป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์ 16 และ 18 สูงเกือบ 100% ชนิดแรก คือ วัคซีน Cervarix (2 สายพันธุ์) วัคซีน Gradasil (4 สายพันธุ์) เพิ่มการป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6, 11 ที่เป็นสาเหตุของหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ แต่อย่างไรก็ดี นอกจากฉีดวัคซีนแล้ว ก็ควรไปตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV 9 สายพันธุ์ สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ป้องกันเชื้อเอชพีวีได้มากกว่า 90% ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ (6/11/16/1/8/31/33/45/52/58) ป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งในช่องปากและลำคอ โรคหูดหงอนไก่ และมะเร็งทวารหนัก



Facebook : Sikarin Hospital
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save