ฝนตกหนัก น้ำท่วม ต้องระวังเรื่องไฟดูดไฟช็อต!

ในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนตกหนัก มีหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง นอกจากการดูแลเรื่องสุขภาพและโรคระบาดแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ “อันตรายจากไฟฟ้าดูดและไฟฟ้าลัดวงจร” หากระดับน้ำเริ่มท่วมขังในบ้าน นอกจากจะรีบขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงแล้ว ควรตรวจสอบและดำเนินการด้านไฟฟ้าทันที

ข้อควรระวังเกี่ยวกับไฟฟ้าเมื่อน้ำท่วม
  • สำรวจดูปลั๊กไฟสายไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งในระดับต่ำให้ยกขึ้นสูงพ้นระดับน้ำ เขียนหรือทำสัญลักษณ์ให้ชัดเจนที่ตู้เบรกเกอร์/คัทเอาท์ ว่าสวิตช์ตัวใดควบคุมไฟฟ้าจุดใดในบ้าน เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการสับสวิตช์ตัดไฟเฉพาะจุด
  • ถ้าระดับน้ำท่วมสูงถึงปลั๊กไฟชั้นล่าง ให้ปลดคัทเอาท์ สับเมนสวิตช์/เบรกเกอร์ตัดไฟเฉพาะชั้นนั้น หรือปลดเบรกเกอร์หลักของบ้านทันที
  • ตรวจสอบสายไฟที่แช่น้ำอาจมีกระแสไฟฟ้ารั่ว
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้เสาเหล็กที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า อยู่ให้ห่างจากสายไฟที่แช่น้ำ เสาไฟส่องสว่าง เสาเหล็ก ป้ายโฆษณาโลหะ หรือตู้ควบคุมไฟฟ้าภายนอกบ้าน
  • ตรวจสอบสวิตช์ไฟฟ้าว่ามีน้ำเข้าหรือถูกฝนสาดหรือไม่ หากเปียกน้ำห้ามแตะต้องอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าเด็ดขาด
  • ห้ามใช้เครื่องใชไฟฟ้าที่โดนน้ำท่วมแล้ว ควรตรวจสอบก่อน
หากพบคนถูกไฟฟ้าดูดให้ตั้งสติ และห้ามสัมผัสตัวผู้ประสบภัยด้วยมือเปล่าเด็ดขาด ให้รีบตัดกระแสไฟฟ้าให้เร็วที่สุด โดยการปลดเบรกเกอร์ หรือสับคัทเอาท์หากไม่สามารถตัดไฟได้ ให้ใช้วัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้าและแห้งสนิท (เช่น ไม้แห้ง, ผ้าแห้ง, ท่อพีวีซี) เขี่ยสายไฟออก หรือฉุดดึงตัวผู้ประสบภัยออกมา แล้วโทรแจ้ง 1669 (สายด่วนเจ็บป่วยฉุกเฉิน) หรือแจ้งหน่วยงานไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อขอความช่วยเหลือทันที

…

การช่วยเหลือเบื้องต้น ให้ประเมินอาการ ตรวจดูว่าผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจแล้วหรือไม่? หากพบ หากผู้ป่วยถูกไฟดูดแล้วหมดสติ ไม่หายใจ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้รีบทำการ CPR (นวดหัวใจและผายปอด) ทันที เพื่อช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและสมองขณะรอความช่วยเหลือ

การปั๊มหัวใจ หรือ CPR เป็นเรื่องต้องรู้สำหรับทุกคน เราสามารถช่วยชีวิต หรือเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หากเรารู้จักการปั๊มหัวใจอย่างถูกวิธี โดยวิธีการที่ถูกต้องประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอน

  1. C – Compression กดหน้าอก เพื่อนวดหัวใจภายนอก โดยกดในอัตราเร็ว 100 ครั้ง/นาที
  2. A – Airway เปิดทางเดินหายใจ โดยการตั้งศีรษะของผู้ป่วยให้ตรง แล้วเชยคางขึ้นเล็กน้อย
  3. B – Breathing ช่วยหายใจ ด้วยการประกบปากแล้วเป่าลมเข้าไป (Mouth-to-mouth)
*ไม่ควรทำ CPR หากผู้ป่วยยังมีสติ เช็กให้แน่ใจ ผู้ป่วยมีสติหรือไม่? รีบขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น และโทรแจ้ง 1669

การทำ CPR คือวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ช่วยคืนชีวิตแก่ผู้ประสบเหตุมานักต่อนัก ดังนั้นขั้นตอนการทำ CPR ที่ถูกต้องจึงควรเป็นความรู้ที่น่าจะติดตัวเราทุกคนไว้บ้าง เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และอาจมีบางสถานการณ์ที่เราต้องพบเห็นผู้ประสบเหตุหมดสติ หัวใจหยุดเต้น เช่น คนจมน้ำ คนถูกไฟดูด สูดดมก๊าซพิษ ควันพิษ ช็อกเพราะเสียเลือดมาก หรือผู้ประสบเหตุที่หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะจากสาเหตุอื่น ๆ ก็ตาม

วิธีการทำ CPR ที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร? เจอผู้ป่วยหมดสติ ทำอย่างไรดี! รีบตั้งสติและพร้อมช่วยเหลืออย่างถูกวิธี  ฟังคำแนะนำเพิ่มเติมจาก แพทย์หญิงณัฐศรา เลิศสรีจตุพร แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ที่คลิปนี้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save