พฤติกรรมเสี่ยง “มะเร็งตับ” คุณทำอยู่หรือเปล่า?
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า เชื้อราอยู่แค่ตรงจุดที่ตาเห็นทั้งที่ความจริง เส้นใยเชื้อรา (Microscopic Hyphae) และสารพิษอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ได้แทรกซึมลึกไปทั่วทั้งชิ้นอาหารเรียบร้อยแล้ว
จุดที่น่ากลัวที่สุด คือ สารพิษนี้ทนความร้อนได้สูงถึง 268°C การนำไปต้ม นึ่ง ทอด หรือผัดด้วยความร้อนในครัวเรือน ไม่สามารถล้างหรือทำลายสารพิษนี้ได้ การรับประทานสะสมทีละนิด คือปัจจัยเสี่ยงโดยตรงสู่โรค “มะเร็งตับ”
3 คำแนะนำ ปรับพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัย
- เห็นจุดดำ ฝ่อ กลิ่นอับ ห้ามตัดเฉพาะส่วนออกต้องทิ้งทั้งชิ้นทันที
- เลิกสต็อกของแห้งไว้เยอะเกินไป เช่น พริกแห้ง กระเทียม ถั่วบด การเก็บไว้นานในอุณหภูมิห้องครัวไทย คือการสร้างสภาพแวดล้อมชั้นดีให้เชื้อราโต
- ย้ายที่เก็บเข้าตู้เย็น หากจำเป็นต้องเก็บ ให้ใส่กล่องสูญญากาศที่แห้งสนิท แล้วแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา

2) สายดื่มประจำ ไม่เมาแต่ดื่มทุกวัน ทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับและตับอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นพังผืดและตับแข็ง
ดื่มแอลกอฮอล์ประจำ ไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าปลอดภัย! การไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าตับยังสบายดี แต่ตับกำลังอดทนอยู่เงียบๆ เพราะตับเป็นอวัยวะที่ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด (Pain Receptors) มันจะไม่ส่งสัญญาณเตือนหรือบ่นจนกว่าเนื้อตับจะเสียหายไปแล้วมากกว่า 70-80 ดังนั้น คนที่ดื่มเป็นประจำแล้วยังรู้สึกแข็งแรงดี จึงไม่ได้แปลว่าปลอดภัย!!! เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยงที่คุณอาจคิดว่าปกติ
ดื่มน้อยแต่ดื่มทุกวัน …ถึงไม่ได้ดื่มจนเมาหัวราน้ำ แต่การให้ตับรับแอลกอฮอล์ทุกวันโดยไม่มีวันหยุดพักตับ เท่ากับไม่เปิดโอกาสให้ตับได้ซ่อมแซมตัวเองเลย
3) ปล่อยให้ตัวเองเป็นไขมันพอกตับ คนที่ชอบกินหวาน ของทอดจนมีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นเบาหวาน ไขมันจะไปสะสมที่ตับจนเกิดการอักเสบเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ไขมันพอกตับ ภัยเงียบที่ปล่อยไว้นาน…เสี่ยงมะเร็งตับ! “ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease)” เป็นโรคเงียบที่คุกคามสุขภาพของคนไทยจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อาจไม่แสดงอาการใดๆ ในระยะเริ่มต้น แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลอย่างเหมาะสม…
4) มองข้ามการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี นี่คือ สาเหตุอันดับ 1 ของมะเร็งตับในคนไทย หลายคนมีเชื้ออยู่ในร่างกายแต่ไม่เคยตรวจเลือด จึงไม่ได้รับการรักษาเพื่อควบคุมเชื้อ ปล่อยให้ไวรัสทำลายเซลล์ตับไปเรื่อยๆ – ไวรัสตับอักเสบบี ตัวการสำคัญของตับแข็ง มะเร็งตับ




