นวัตกรรมรูปแบบใหม่…ป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบไม่กลัวเข็ม FluMist (ฟลูมิสต์) คือ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด “เชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์” (Live Attenuated Influenza Vaccine – LAIV) ในขณะที่แบบฉีดส่วนใหญ่เป็น “เชื้อตาย” ปัจจุบัน FluMist ที่ใช้ในไทยครอบคลุม 3 สายพันธุ์หลัก (Trivalent) ตามคำแนะนำของ WHO ได้แก่:
- สายพันธุ์ A (H1N1)
- สายพันธุ์ A (H3N2)
- สายพันธุ์ B (Victoria lineage)(หมายเหตุ: ปัจจุบันสายพันธุ์ B ตระกูล Yamagata แทบไม่พบการระบาดทั่วโลกแล้ว วัคซีนรุ่นใหม่จึงปรับเป็น 3 สายพันธุ์)
ข้อดีของ FluMist
กระตุ้นภูมิได้ทั้งระบบ และที่เยื่อบุจมูก เนื่องจากพ่นเข้าทางจมูก วัคซีนจะเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ “จุดแรกเข้า” ของเชื้อโรค (เยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน) ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ (Local Immunity) ได้ดี
- ไม่เจ็บ: เหมาะมากสำหรับเด็กที่กลัวเข็ม ลดความฝังใจในการหาหมอ
- เลียนแบบธรรมชาติ: เนื่องจากพ่นเข้าจมูก ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันที่ “เยื่อบุทางเดินหายใจ” (IgA) ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อตัวจริงเข้าสู่ร่างกาย จึงดักจับเชื้อได้เร็ว
- ประสิทธิภาพ: งานวิจัยระบุว่าในเด็กเล็ก (2-17 ปี) ประสิทธิภาพในการป้องกันอาจสูงกว่าหรือเทียบเท่าแบบฉีด
ใครบ้างที่แนะนำควรได้รับ FluMist?
- เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป จนถึงผู้ใหญ่ที่มีอายุไม่เกิน 49 ปี
- เด็กที่กลัวเข็ม หรือมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการฉีดวัคซีน
- เด็กทุกคน (ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มไม่ควรรับวัคซีนชนิดพ่น) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด่านหน้าบริเวณทางเดินหายใจ
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ จำเป็นแค่ไหน ทำไมต้องฉีดทุกปี
- รอบของวัคซีน: วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในไทยจะมีการปรับเปลี่ยน “สายพันธุ์” ให้เป็นปัจจุบันที่สุดปีละ 2 ครั้ง คือ รอบซีกโลกเหนือ (มักมาช่วงปลายปี) และ รอบซีกโลกใต้ (มักมาช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม)
- ทำไมต้องฉีดช่วงนี้? เนื่องจากประเทศไทยมีการระบาดใหญ่ 2 ระลอก คือช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม) ซึ่งระบาดหนักที่สุด และช่วงฤดูหนาว (มกราคม-มีนาคม) การฉีดในช่วง เมษายนหรือพฤษภาคม จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันขึ้นสูงพอดีก่อนเข้าสู่ฤดูระบาดใหญ่
- ระยะห่างจากเข็มก่อน: แม้จะเพิ่งฉีดไปเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่และมีวัคซีนสูตรใหม่ (สูตรปี 2026/2569) ออกมา สามารถรับวัคซีนได้เลย โดยขอให้ห่างจากเข็มล่าสุดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ (1 เดือน)
การรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี จะช่วย “บูสต์” ภูมิ ให้ลูกรักปลอดภัยตลอดฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง
แนะนำควรควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย สำหรับเด็ก สามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ตรวจเช็กประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีน และวางแผนการรับวัคซีนที่เหมาะสม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สถาบันกุมารเวช อาคาร 1ชั้น 2





