ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน อาจเสี่ยงโรคติดต่อได้

การแบ่งปันสิ่งของกับผู้อื่นอาจเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่คุณเคยคิดไหมว่าการ ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อโรคติดต่อโดยไม่รู้ตัว? เชื้อโรคหลายชนิดสามารถแพร่กระจายผ่านน้ำลายและภาชนะที่ใช้ร่วมกัน ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคเริมที่ปาก หรือแม้แต่ไวรัสตับอักเสบ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงที่แฝงอยู่ พร้อมแนะนำวิธีป้องกันเพื่อรักษาสุขอนามัยที่ดีและลดโอกาสในการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรคเหล่านี้สามารถติดต่อกันได้ โดยการ ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน หรือรับประทานอาหารจากช้อนเดียวกัน

  • โควิด-19 ติดต่อผ่านระบบหายใจ จากการถูกไอ จาม หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของคนที่ป่วย 
  • ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย และผ่านการหายใจ ไอ จามรดกัน
  • เริมที่ปาก ติดต่อโดยการดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารร่วมกัน
  • ไวรัสตับอักเสบเอ และ อี ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ อาหาร น้ำ และของใช้
  • คางทูม ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย ผ่านทางการหายใจ และรับประทานอาหารร่วมกัน
  • ไอกรน ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย และผ่านการหายใจ ไอ จามรดกัน
  • คอตีบ ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย และผ่านการหายใจ ไอ จามรดกัน
  • อีโบลา ติดต่อผ่านการสัมผัสเลือด น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย
  • หัด หัดเยอรมัน ติดต่อผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย การไอ จามรดกัน
  • มือ เท้า ปาก ติดต่อผ่านการสัมผัส ของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย หรือผ่านทางการไอ จาม รดกัน
  • วัณโรค ติดต่อผ่านเชื้อที่อยู่ในน้ำลาย สารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ อาหาร น้ำ และของใช้
  • เฮอร์แปงไจน่า ติดต่อผ่านทางน้ำมูก ไอ จาม
  • ซารส์ หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย และผ่านการหายใจ ไอ จามรดกัน

เพื่อการป้องกันความเสี่ยงติดเชื้อและเพื่อสุขอนามัยที่ดี เมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกัน ควรใช้ช้อนกลาง และล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง

ในแต่ละวัน ควรดื่มน้ำเท่าไรดี?

ร่างกายของมนุษย์เรานั้นมีองค์ประกอบของน้ำเป็นส่วนใหญ่ โดยประกอบไปด้วยน้ำประมาณร้อยละ 60 ของน้ำหนักตัว โดยเราควรดื่มน้ำในปริมาณที่พอดี ไม่มากไปหรือน้อยไป เพื่อรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกาย แล้วเราควรดื่มน้ำวันละเท่าไรจึงจะพอดี สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Academy of sciences – NAS) และ สถาบันแพทยศาสตร์ (The Institute of Medicine – IOM) ได้ให้คำแนะนำในการดื่มน้ำไว้ดังนี้

  • ผู้หญิง ควรดื่มวันละประมาณ 2.7 ลิตรต่อวัน (ประมาณ 11.5 แก้ว)
  • ผู้ชาย ควรดื่มวันละประมาณ 3.7 ลิตรต่อวัน (ประมาณ 15.5 แก้ว)

เพื่อสุขภาพที่ดี ควรดื่มน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม ดังนี้

  • ตื่นนอนตอนเช้า ควรจะดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา เพราะจะรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ และควรดื่ม 1-3 แก้ว เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่าย
  • 15 นาทีก่อนอาหาร ระหว่างทานอาหาร และหลังทานอาหาร 30 นาที ทั้ง 3 เวลานี้ ดื่มน้ำรวมกันทั้งหมดไม่ควรเกินครึ่งแก้ว
  • ช่วงสาย ๆ เวลาประมาณ 9-10 โมงเช้า ควรดื่มน้ำให้ได้ 2 แก้ว เพราะเป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น ควรดื่มน้ำเพื่อชําระของเสียเหล่านั้นออกไป
  • ตลอดทั้งวัน การจิบน้ำบ่อย ๆ นั้น ดีกว่าการดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย
  • ก่อนนอน ควรดื่มน้ำ 1-2 แก้ว เพื่อชะล้างสิ่งตกค้างในลําไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น

Facebook : Sikarin Hospital
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save