โรคลมชักในเด็ก รู้ทัน สังเกตได้ รักษาได้!

โรคลมชักคืออะไร? โรคลมชักคือภาวะที่สมองทำงานผิดปกติ โดยมีการส่งสัญญาณไฟฟ้าในสมองในลักษณะที่คล้ายกับ “ไฟฟ้าลัดวงจร” ทำให้เกิดอาการชักตามมา

สาเหตุของโรคลมชักในเด็ก

  1. โครงสร้างสมองผิดปกติ เช่น พัฒนาการสมองผิดรูป หรือมีเนื้องอก
  2. การติดเชื้อ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือสมองอักเสบจากไวรัส
  3. พันธุกรรม ความผิดปกติของยีนหรือโรคทางพันธุกรรม
  4. เมแทบอลิซึม (Metabolism) ร่างกายย่อยสลายสารบางอย่างไม่ได้ จนเกิดของเสียคั่งในสมอง
  5. ภูมิคุ้มกันผิดปกติ ระบบภูมิคุ้มกันไปทำลายเนื้อเยื่อสมองตัวเอง
  6. ไม่ทราบสาเหตุ จะใช้วิธีตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองพบความผิดปกติ แต่ตรวจ MRI หรือพันธุกรรมแล้วไม่พบสาเหตุชัดเจน (พบได้บ่อยในเด็ก)

อาการชัก 8 รูปแบบ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต

  1. ชักเหม่อ นิ่ง เรียกไม่ตอบ ประมาณ 5–10 วินาที (พบบ่อยในเด็กวัยเรียน)
  2. ชักเกร็ง ตัวแข็ง อาจมีตาเหลือก
  3. ชักกระตุก กล้ามเนื้อกระตุกเป็นจังหวะ (แขนหรือขา)
  4. ชักเกร็งและกระตุก มีอาการเกร็งนำก่อนแล้วค่อยกระตุกตาม
  5. ชักแบบอ่อนแรง ยืนหรือเดินอยู่แล้วล้มพับไปทันที
  6. ชักแบบสะดุ้งผวา สะดุ้งทั้งตัวสั้นๆ ครั้งเดียว
  7. ชักเกร็งผวาเป็นชุด อันตรายและรุนแรง พบบ่อยในเด็กอายุ 1 เดือน – 1 ปี
  8. อาการอื่นๆ เช่น ได้กลิ่นแปลกๆ ชารอบปาก ปวดศีรษะ เห็นแสงวับๆ หรือแม้แต่ผลการเรียนแย่ลง พฤติกรรมถดถอย พูดไม่ได้กะทันหัน

6 ขั้นตอนในการดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกน้อยมีอาการลมชัก

  1. ตั้งสติ อย่าตกใจ ย้ายของมีคมและของแข็งออกจากบริเวณนั้น
  2. จับนอนตะแคง หันศีรษะลง เพื่อระบายน้ำมูกน้ำลาย ป้องกันการสำลัก
  3. ห้ามจับ/กด ห้ามงัดหรือกดตัวเด็ก เพราะอาจทำให้บาดเจ็บ
  4. ห้ามเอาอะไรใส่ปาก ห้ามใช้ช้อนหรือนิ้วแหย่เข้าไปเด็ดขาด (ป้องกันเด็กเจ็บและคนช่วยโดนกัด)
  5. จับเวลา สังเกตว่าชักนานแค่ไหน (ปกติมักหยุดใน 2–3 นาที)
  6. ถ่ายวิดีโอ เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัย

หมายเหตุ: หากชักนานเกิน 5 นาที หรือชักซ้ำหลายครั้ง โทร 1669 ทันที

ผลกระทบ หากปล่อยไว้ไม่รักษา

  • ชักบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น
  • เซลล์สมองเสียหาย ส่งผลต่อพัฒนาการ สมาธิ และสติปัญญา
  • เสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรง (เช่น จมน้ำขณะว่ายน้ำ)
  • ผลกระทบทางจิตใจ (ความเครียด กลัวเพื่อนล้อ)
  • SUDEP: ภาวะเสียชีวิตกะทันหันจากโรคลมชัก (พบไม่บ่อยแต่รายแรงที่สุด)

คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยโรคลมชักในเด็ก เพราะโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เด็กไม่รู้ตัว หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตพบความผิดปกติของเด็ก ควรรีบพามาตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล

แนวทางการรักษา

  • รับประทานยาต้านอาการชักอย่างต่อเนื่อง (วิธีหลัก)
  • รับประทานอาหารสูตรพิเศษ (Ketogenic Diet)
  • การผ่าตัดสมอง
  • การใช้เครื่องมือพิเศษควบคุมอาการชัก

ข้อแนะนำจากคุณหมอ อาการ “ชักเหม่อ” และ “ชักตอนนอนหลับ” (มักพบในเด็ก 8–9 ปี) เป็นอาการที่คนมักมองข้าม และคิดว่าน้องแค่ละเมอหรือนอนกรน หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

โรคลมชัก! สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะในเด็ก เกิดจากคลื่นไฟฟ้าในสมองผิดปกติ มีทั้งลมชักแบบที่ชักเกร็งทั้งตัวและลมชักแบบที่เหม่อลอย เป็นโรคที่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยอย่างถูกต้องและรับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะอาจมีผลทั้งต่อพัฒนาการ การเลี้ยงดู การเข้าสังคม รวมทั้งการเรียน ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สถาบันกุมารเวช โรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save