รู้จักข้อเข่า
ข้อเข่าจะประกอบไปด้วย ส่วนปลายกระดูกต้นขา (Femur) ส่วนต้นของกระดูกหน้าแข้ง (Tibia) ลูกสะบ้า (Patella) ทั้งยังมีกระดูกอ่อนและน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าคอยทำหน้าที่รองรับการเคลื่อนไหว ข้อเข่ายังมีเอ็นไขว้หน้า เอ็นไขว้หลัง ที่อยู่ด้านในช่วยสร้างความมั่นคงของเข่า และหมอนรองกระดูกซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดูดซับและกระจายแรงจากน้ำหนักตัว

สาเหตุของ อาการข้อเข่าเสื่อม เกิดจากอะไร?
เข่าเสื่อมเกิดจากความเสื่อมสภาพและสึกหรอจากการใช้งานของข้อเข่า ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังหรือเข่าผิดรูปจึงเกิดอาการเจ็บปวดที่ข้อเข่า ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน สาเหตุของข้อเข่าเสื่อมจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
1. สาเหตุปฐมภูมิของข้อเข่า
สาเหตุปฐมภูมิ (Primary Causes) ของข้อเข่าเสื่อมหมายถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นเองโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นหรือโรคอื่นที่เกี่ยวข้อง สาเหตุนี้มักสัมพันธ์กับกระบวนการเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
ความเสื่อมตามอายุ
ภาวะที่กระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่าเกิดการสึกหรอ เสื่อมสภาพ หรือบางลงตามอายุ ทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างกระดูก ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวด ข้อติด หรือข้อบวม และอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ดังนี้
- เริ่มเสื่อมตั้งแต่ 40 ปี
- อายุ 60 ปีขึ้นไป อัตราความเสื่อมเพิ่มเป็นร้อยละ 40
- อายุ 75 ปีขึ้นไป อัตราความเสื่อมเพิ่มเป็นร้อยละ 50 ขึ้นไป
ที่สำคัญคือขึ้นอยู่กับการใช้งานข้อเข่าด้วยเมื่อเทียบกับคนในช่วงวัยเดียวกัน รวมถึงคนที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์

2. สาเหตุทุติยภูมิ
สาเหตุทุติยภูมิ (Secondary Causes) ของข้อเข่าเสื่อมเกิดจากปัจจัยหรือโรคอื่น ๆ ที่มากระตุ้นหรือเร่งให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น โดยไม่ได้เกิดจากกระบวนการเสื่อมตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว สาเหตุเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บ การใช้งานผิดปกติ หรือภาวะสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อข้อเข่าโดยตรง
- ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุ
- ผู้ที่เคยมีภาวะติดเชื้อในข้อเข่า
- เคยอักเสบจากรูมาตอยด์เกาต์
- จากอาชีพการทำงาน เล่นกีฬา
อาการข้อเข่าเสื่อม เริ่มต้นสังเกตได้อย่างไร?
เคยไหมเวลานั่งนานๆแล้วลุกขึ้นยืนก็มีเสียงดังก๊อบแก๊บที่หัวเข่าโดยปกติแล้วอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมมักจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ก็จะมีอาการเตือนให้เราสังเกตได้ดังนี้
- ได้ยินเสียงดังในเข่า
- ปวดเสียวภายในข้อเข่า
- ข้อเข่าผิดรูป
- กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรง เมื่อยง่าย ปวดเข่าตอนเคลื่อนไหว
เมื่อเริ่มมีอาการภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรง จะรู้สึกปวดมากขึ้นอาจคลำพบส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ
ใครบ้างเสี่ยงเป็นเข่าเสื่อม
- คนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
- คนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน (ค่า MBI มากกว่า 25)
- คนที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อ▪️ มีโรคประจำตัวเป็นโรคไขข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ หรือเกาต์
ข้อเข่าเสื่อมรักษาได้อย่างไร?
การรักษาข้อเข่าเสื่อมมักเน้นรักษาตามระยะของโรคเป็นสำคัญ แพทย์จะทำการประเมินระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมแล้วแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของโรค โดยจะพิจารณาการรักษาแตกต่างกันเป็นรายบุคคลไป การรักษาข้อเข่าเสื่อมสามารถแบ่งแนวทางการรักษาออกเป็น 2 วิธีดังนี้
1. การรักษาโดยวิธีการไม่ผ่าตัด
- การรักษาโดยไม่ใช้ยา เป็นการปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ในผู้สูงวัยแนะนำให้ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกน้อยเช่น การปั่นจักรยานอยู่กับที่ การออกกำลังกายในน้ำ เต้นแอโรบิกไม่มีท่ากระโดด
- การรักษาโดยการใช้ยา โดยแพทย์จะพิจารณาให้ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ และยาบำรุงข้อเข่าแก่ผู้ป่วย
- การรักษาโดยการฉีดยา เช่น การฉีดยาสเตียรอยด์ (Steroid) เหมาะกับผู้ที่ข้อเข่ามีการอักเสบยังไม่เสียหายมากนัก
- การทำกายภาพบำบัด เช่น การทำอัลตราซาวด์ การใช้เลเซอร์รักษา การรักษาด้วยคลื่นสั้น (Shortwave Therapy) การรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulation) ทำการประคบด้วยแผ่นร้อนและแผ่นเย็น
การรักษาทางชีวภาพ หรือ Biological Therapy
– การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าเทียม (Hyaluronic acid) เป็นการฉีดคอลลาเจนในข้อเข่าช่วยลดอาการอักเสบทำให้ข้อเข่ากลับมาใช้งานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปานกลาง
– การฉีด Platelet Rich Plasma (PRP) เป็นการรักษาด้วยพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น โดยการนำตัวอย่างเลือด (Plasma) ของตัวผู้ป่วยมาปั่นให้ได้พลาสมาเกล็ดเลือดและฉีดกลับเข้าไปในจุดที่บาดเจ็บ
2. การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด
- การส่องกล้องภายในเข่า เพื่อตรวจสภาพและล้างภายในข้อกรณีที่มีเศษกระดูกอ่อนมาขวางการเคลื่อนไหวของเข่าในผู้เป็นข้อเข่าเสื่อมในระยะแรก
- การผ่าตัดปรับแนวข้อ ทำในกรณีที่ข้อเข่ามีการผิดรูป
- การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม ซึ่งเป็นวิธีการรักษาภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะปานกลางถึงระยะรุนแรง

ข้อเข่าเสื่อมกินอะไรดี?
การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยบรรเทาอาการของข้อเข่าเสื่อมได้ เนื่องจากอาหารบางชนิดช่วยลดการอักเสบ เสริมสร้างกระดูกอ่อน และบำรุงข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น
- กุ้งแห้ง มีแคลเซียมสูง ช่วยเสริมกระดูกให้แข็งแรง
- ฝรั่ง มีวิตามินช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงข้อต่อต่าง ๆ และยังมีฤทธิ์แก้อักเสบได้ด้วย
- ปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอนนอกจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย
ยังเป็นแหล่งสร้างคอลลาเจนที่ช่วยเสริมสร้างข้อต่อกระดูกอ่อนต่าง ๆ ในร่างกาย
- งาดำ มีแคลเซียมช่วยเสริมกระดูกแข็งแรง มีแร่ธาตุทองแดงที่ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น และมีแร่สังกะสีที่ช่วยเพิ่มมวลกระดูกอีกด้วย
- ขิง เป็นสมุนไพรที่ช่วยลดอาการปวดเข่าได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบตามข้อ
- มะเขือเทศ คือแหล่งของคอลลาเจน ที่ช่วยซ่อมแซมข้อต่อกระดูกอ่อนต่าง ๆ ได้
- น้ำเต้าหู้ ในถั่วเหลืองเป็นแหล่งคอลลาเจน ช่วยให้ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับข้อต่ออย่างโรคข้อเสื่อมมีอาการดีขึ้น

แม้ว่าอาการโรคข้อเข่าเสื่อมในเบื้องต้นจะไม่มีความรุนแรงมากนัก แต่หากปล่อยทิ้งไว้นาน
ก็จะทำให้อาการเป็นหนักเและรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ หากพบอาการปวดบวมแดง ฝืดตึงข้อเข่า
ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนทำการรักษาในลำดับต่อไป




