โรคติกส์ในเด็ก หายเองได้ไหม?

เมื่อเห็นลูกมีอาการกระพริบตาถี่ สะบัดคอ ขยับไหล่ หรือส่งเสียงซ้ำ ๆ โดยไม่ตั้งใจ พ่อแม่หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวโตขึ้นก็หายเอง” ความเชื่อนี้ทำให้หลายครอบครัวเลือกเฝ้าดูอาการโดยไม่ได้พาเด็กเข้ารับการประเมินจากแพทย์ แต่ความจริงแล้ว โรคติกส์ในเด็กไม่ได้หายเองทุกคน และการปล่อยไว้อาจทำให้พลาดโอกาสในการดูแลรักษาที่เหมาะสม!

โรคติกส์คืออะไร?

โรคติกส์ (Tics) เป็นภาวะที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวหรือการส่งเสียงซ้ำ ๆ โดยไม่ตั้งใจ เช่น

  • กระพริบตาถี่
  • สะบัดศีรษะ
  • ยักไหล่
  • ขมวดคิ้ว
  • กระแอมเสียง
  • สูดจมูกหรือส่งเสียงในลำคอซ้ำ ๆ

อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำหรือดื้อ แต่เป็นอาการที่เด็กควบคุมได้ยาก และมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

โรคติกส์หายเองได้ไหม? 

คำตอบคือ “เด็กบางรายหายได้เอง แต่ไม่ใช่ทุกคน”

เด็กจำนวนหนึ่งอาจมีอาการติกส์เพียงชั่วคราว และอาการค่อย ๆ ลดลงจนหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม เด็กบางรายอาจมีอาการต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี หรืออาการอาจเป็น ๆ หาย ๆ และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น การที่เด็กบางคนหายเองได้ ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะหายเองเช่นกัน

ทำไมพ่อแม่ไม่ควรปล่อยไว้เพียงเพราะคิดว่าจะหายเอง?

แม้อาการติกส์บางรายจะดีขึ้นได้เอง แต่การปล่อยไว้โดยไม่สังเกตหรือประเมินอาการ อาจทำให้พลาดโอกาสในการดูแลที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีที่

  • อาการเป็นต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • อาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
  • รบกวนการเรียนหรือการเข้าสังคม
  • เด็กถูกเพื่อนล้อเลียนจนขาดความมั่นใจ
  • มีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น ปัญหาสมาธิ ความวิตกกังวล หรือปัญหาด้านพฤติกรรม

โรคติกส์ในเด็ก ยิ่งเครียด ยิ่งเป็น!

พ่อแม่หรือคุณครูหลายคนอาจสังเกตว่า เมื่อเด็กมีความเครียด วิตกกังวล เหนื่อยล้า หรือตื่นเต้น อาการติกส์มักจะเกิดถี่ขึ้นและเห็นชัดมากขึ้นกว่าปกติ 

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ : ต้องเข้าใจก่อนว่าความเครียดไม่ได้เป็นสาเหตุหลักหรือสาเหตุโดยตรงของโรคติกส์ 

ความเครียดมีผลอย่างไรกับอาการติกส์ 

ถึงแม้ว่าความเครียดไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่ก็สามารถ “กระตุ้น” หรือ “แสดงอาการออกมากขึ้น” ได้  เช่น 

  • เมื่อเด็กเครียด อาการติกส์อาจถี่ขึ้น
  • เมื่อเด็กกังวลหรือถูกกดดัน อาการอาจชัดเจนขึ้น
  • เมื่อเด็กเหนื่อยล้า ร่างกายควบคุมอาการได้ยากขึ้น
  • เมื่อเด็กรู้สึกตื่นเต้น อาการอาจเพิ่มขึ้นชั่วคราว

แต่ในทางกลับกัน เมื่อเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย อาการติกส์อาจลดลงหรือไม่สังเกตเห็นได้ชัด

พ่อแม่ผู้ปกครองคุณครูควรดูแลอย่างไร

การดูแลเด็กที่มีโรคติกส์ควรเน้นความเข้าใจและลดการกดดัน เช่น

  • ไม่ดุหรือตำหนิเมื่ออาการเกิดขึ้น
  • ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน
  • จัดสภาพแวดล้อมให้ผ่อนคลาย
  • กำจัดปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เช่น ลดการใช้จอเล่นเกม

สิ่งสำคัญ : หากอาการรบกวนการเรียน การเข้าสังคม หรือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ควรพาเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง 

ดังนั้น โรคติกส์ในเด็กไม่ใช่โรคที่เกิดจากความเครียดโดยตรง แต่ความเครียด ความกังวล ความเหนื่อยล้า และความตื่นเต้น สามารถทำให้อาการรุนแรงหรือเกิดถี่ขึ้นได้ การดูแลที่เหมาะสมจึงควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้าใจ ลดความกดดัน และจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้เด็กสามารถใช้ชีวิตประจำวัน เรียนหนังสือ และเข้าสังคมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น 

นอกจากนี้แพทย์ยังสามารถการรักษาโดยการทำพฤติกรรมบำบัด เพื่อยับยั้งอาการ ตามท่าทางของอาการติกส์ ของต่ละคนด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก นายแพทย์ธนดล มะโนมงคลกุล กุมารแพทย์โรคระบบประสาทสมอง สถาบันกุมารเวช โรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save