งูสวัด ขึ้นหน้าจนถึงหู เสี่ยงหน้าเบี้ยว ตาบอด!!! หลายๆคนคิดว่างูสวัดเป็นแค่ผื่นแดงธรรมดา แต่ความจริงอาจมีความรุนแรงมากกว่านั้น ในบางรายอาจกระทบ “ตา” จนการมองเห็นลดลง อาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น บางรายอาจมีอาการ “หน้าเบี้ยว” จากเส้นประสาทใบหน้าอักเสบ และที่พบบ่อยคือ แผลหายแล้ว แต่ยังปวดนานเป็นเดือนหรือเป็นปี นีคือความเจ็บและอาการรุนแรงจากการเกิดงูสวัด
งูสวัด คือ ไวรัสตัวเดียวกับ “อีสุกอีใส” เมื่อหลังหายจากอีสุกอีใส เชื้อจะไปหลบอยู่ในเส้นประสาท เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อสามารถกลับมากำเริบเป็น “งูสวัด” ได้
งูสวัดขึ้นตา อันตรายต่อดวงตาอย่างไร? แบ่งเป็น 2 กรณี
1) กระทบกระจกตา (Cornea) หากงูสวัดขึ้นบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงตา เชื้อสามารถทำให้ กระจกตาอักเสบหรือเกิดแผลที่กระจกตา ได้ ส่งผลให้
- ตาพร่ามัว
- มองเห็นไม่ชัด
ในกรณีที่รุนแรงหรือได้รับการรักษาล่าช้า อาจเกิดแผลเป็นที่กระจกตา ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว
2) กระทบภายในลูกตา (เช่น ม่านตาจนม่านตาอักเสบ) ในกรณีที่รุนแรง เชื้ออาจทำให้เกิดการอักเสบภายในลูกตา เช่น ม่านตาอักเสบ อาจส่งผลให้
- ปวดตา ตาแดง
- แพ้แสง
- การมองเห็นลดลงมาก
หากรุนแรงและไม่ได้รักษา อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้ (พบได้หากรักษาช้า)
ดังนั้น งูสวัดที่ขึ้นบริเวณใบหน้าอาจกระทบดวงตาได้ ทั้งที่กระจกตาและภายในลูกตา ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นลดลง และในกรณีรุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อการมองเห็นได้
งูสวัดเสี่ยงทำให้หน้าเบี้ยวได้อย่างไร?
งูสวัดที่เกิดบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 (Facial nerve) อาจทำให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาท ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า ภาวะนี้ทำให้เกิด “ใบหน้าอ่อนแรงหรือหน้าเบี้ยว” ได้
1) กระทบเส้นประสาทใบหน้า (Facial nerve) เมื่อเชื้อไวรัสส่งผลต่อเส้นประสาทใบหน้า จะทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อฝั่งใดฝั่งหนึ่งผิดปกติ อาการที่พบได้ เช่น
- มุมปากตกข้างเดียว
- หลับตาไม่สนิท
- ยิ้มแล้วใบหน้าไม่สมมาตร
- พูดไม่ชัดในบางราย
ภาวะนี้มักเรียกว่า Bell’s Palsy หรือ โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก ซึ่งอาจเกิดร่วมกับงูสวัดบริเวณใบหน้า
2) ความรุนแรงและการฟื้นตัว อาการหน้าเบี้ยวจากงูสวัดมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามระดับการอักเสบของเส้นประสาท
- บางรายอาการดีขึ้นได้เมื่อได้รับการรักษาเร็ว
- บางรายอาจใช้เวลาฟื้นตัวหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
- หากรุนแรงมาก อาจมีอาการหลงเหลือบางส่วนต้องกยภาพนาน
งูสวัดบริเวณใบหน้าสามารถส่งผลต่อเส้นประสาทใบหน้า ทำให้เกิดอาการหน้าเบี้ยวหรือกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงได้ ดังนั้น หากมีผื่นร่วมกับอาการผิดปกติของใบหน้า
อาการที่ควรรีบพบแพทย์!
- ปวดแสบปวดร้อนรุนแรงก่อนมีผื่น
- ผื่นขึ้นบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะใกล้ตา
- ปวดมากผิดปกติ หรือผื่นลุกลามเร็ว
- มีไข้ อ่อนเพลียมาก
โดยเฉพาะ “ขึ้นใกล้ตา” ควรพบแพทย์ทันที
การป้องกันงูสวัด
วิธีป้องกันที่สำคัญที่สุดคือ การฉีดวัคซีนงูสวัด แนะนำในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ร่วมกับการดูแลสุขภาพ เช่น
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- จัดการความเครียด
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เพราะการป้องกัน “ง่ายกว่าการรักษา” และช่วยลดโอกาสปวดเรื้อรังในอนาคต




