ไข้เลือดออก ยิ่ง “เป็นซ้ำ” ยิ่งอันตราย!!

ไข้เลือดออก อันตราย! “ไข้เลือดออก” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในประเทศไทย หลายคนมีความเชื่อว่า หากเคยป่วยแล้วจะไม่กลับมาเป็นอีก แต่ความจริงคือ ไข้เลือดออกสามารถ “เป็นซ้ำ” ได้ และในบางกรณี อาจมีความรุนแรงมากกว่าครั้งแรก

เพราะอะไร ทำไมเป็นไข้เลือดออกซ้ำ..ถึงมีความเสี่ยง?!

เชื้อไวรัสไข้เลือดออกมีหลายสายพันธุ์ ครั้งแรกที่ติดเชื้อ จะสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้น แต่หากติดเชื้อซ้ำจากสายพันธุ์ที่แตกต่างออกไป ภูมิคุ้มกันเดิมอาจป้องกันได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้เชื้อแพร่ในร่างกายได้มากขึ้น ส่งผลให้เสี่ยงเกิดอาการรุนแรงได้ เช่น เกล็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่าย หรือภาวะช็อก 

เมื่อเป็นไข้เลือดออกซ้ำ อาจรุนแรงมากขึ้น 

อาการของไข้เลือดออกอาจเริ่มจากระดับไม่รุนแรง และพัฒนาไปสู่ภาวะที่อันตรายได้ ได้แก่

  • ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • คลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารได้น้อย
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกผิดปกติ
  • ปวดท้อง แน่นท้อง มือเท้าเย็น
  • ในรายรุนแรง อาจเกิดภาวะช็อก ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

สิ่งที่ควรระวัง คือ ช่วงที่อาการมีความเสี่ยงสูง มักเป็นช่วงที่ “ไข้เริ่มลดลง” ไม่ใช่ช่วงที่มีไข้สูง

รู้จักวัคซีนไข้เลือดออก

ปัจจุบัน มีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งสามารถช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรคได้ โดยเฉพาะในผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือผู้ที่เคยมีประวัติป่วยมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการรับวัคซีน

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก Qdenga (Denque Vaccine)

“วัคซีน Qdenga” วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพสูง ควรฉีดก่อนฤดูฝน หรือก่อนเข้าพื้นที่เสี่ยง อย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำงานเต็มประสิทธิภาพ การฉีด Qdenga (Dengue Vaccine)จะช่วยป้องกันไข้เลือดออกจากไวรัสเดงกีทั้ง 4 สายพันธุ์ ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อซ้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง!!

ปัจจุบันไข้เลือดออกยังไม่มีการรักษาเฉพาะทาง การดูแลรักษาผู้ป่วยจึงเป็น “การรักษาตามอาการเป็นหลัก” อีกทั้งไข้เลือดออกมีความรุนแรงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนและอาจรุนแรงถึงชีวิต ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 

——————–

ไข้เลือดออก ไข้ลดแล้ว…ไม่ได้แปลว่า “หายดี”  

หลายคนเข้าใจว่าไข้เลือดออก “ไข้หาย = ปลอดภัย” แต่จริง ๆ แล้ว ช่วงที่อันตรายที่สุดของไข้เลือดออกคือ ช่วง “หลังไข้ลด” เนื่องจากโรคไข้เลือดออกมีการดำเนินโรคเป็น “ระยะ” และช่วงที่ไข้ลดลง อาจเป็นช่วงที่ร่างกายเข้าสู่ระยะที่ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น ไม่ใช่ระยะที่หายดีแล้ว 

ระยะของไข้เลือดออก โดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 ระยะ

  1. ระยะไข้ :  มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน
  2. ระยะวิกฤต (ช่วงไข้ลด) : ไข้เริ่มลด แต่เป็นช่วงที่อันตรายที่สุด อาจมีภาวะน้ำรั่ว ความดันตก หรือช็อก
  3. ระยะฟื้นตัว : อาการเริ่มดีขึ้น ร่างกายค่อย ๆ กลับสู่ปกติ

สัญญาณอันตรายของไข้เลือดออก

  • ปวดท้องมาก หรือกดเจ็บ
  • อาเจียนบ่อย
  • ซึมลง อ่อนเพลียผิดปกติ
  • มือเท้าเย็น หน้ามืด
  • มีเลือดออก เช่น เลือดกำเดา จุดเลือดออกตามตัว

การป้องกันไข้เลือดออก 

การป้องกันที่สำคัญ : การฉีควัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรคได้ ข้เลือดออกยังไม่มีการรักษาเฉพาะทาง การป้องกันตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการรับวัคซีนจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงของโรคนี้ 

การป้องกันทั่วไปที่ควรทำควบคู่  : 

  • หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด (ยุงลายมักกัดในเวลากลางวัน)
  • กำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้าน เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  • ใช้ยากันยุง หรือสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย
  • ติดมุ้งลวด หรือนอนมุ้งในพื้นที่เสี่ยง

*หากพบว่ามีอาการสงสัยว่าเสี่ยงเป็นไข้เลือดออก แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยด่วน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save