หลายคนอาจคิดว่า ท้องเสียก็เหมือน ๆ กัน แต่การติดเชื้อจากโนโรไวรัส (Norovirus) ต่างจากอาการท้องเสียจากการติดเชื้ออื่นๆ !
อาการอาหารเป็นพิษ โดยทั่วไปมักเกิดจากอาหารที่รับประทานทาน เเต่โนโรไวรัสสามารถลุกลามเป็น “การระบาด” ได้ในเวลาไม่กี่วัน โดยติดต่อผ่านอาหาร น้ำ มือที่ปนเปื้อน หรือแม้แต่ละอองอาเจียน
โนโรไวรัส โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร โดยไวรัสชนิดนี้มีระยะเวลาฟักตัว 12-48 ชั่วโมง ความน่ากลัวของไวรัสชนิดนี้คือ การทนต่อความร้อนและยาฆ่าเชื้อได้ดี รวมถึงแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อไม่สามารถที่จะฆ่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้! และยังสามารถติดเชื้อได้ง่ายแม้ร่างกายได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อยก็ตาม
โนโรไวรัส อาการเป็นอย่างไรเมื่อได้รับเชื้อ!
- 12- 48 ชั่วโมงแรก เป็นระยะฟักตัว เชื้อจะเริ่มแบ่งตัวยังไม่มีอาการชัดเจน
- วันที่ 1 – 2 ระยะแสดงอาการฉับพลัน เริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง ท้องเสียเป็นน้ำปวด ท้อง และอาจมีไข้ต่ำๆ หรือปวดเมื่อยตัวร่วมด้วย
- วันที่ 3 – 4 ระยะฟื้นตัว อาการอาเจียนมักจะหยุดก่อน ตามด้วยท้องเสียที่ค่อย ๆ ดีขึ้น
- หลังหายดี (2-3 สัปดาห์) ระยะแพร่เชื้อ แม้จะไม่มีอาการแล้ว แต่เชื้อยังสามารถปนเปื้อนออกมากับอุจจาระได้นานถึง 2 สัปดาห์หรือมากกว่า
อาการติดเชื้อโนโรไวรัสที่พบ มักมาไวและรุนแรงทันที ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียนพุ่ง ถ่ายเหลวปริมาณมากและถี่ ปวดท้อง และ มีไข้ต่ำๆ โดยอาการมักเกิดภายใน 12 – 48 ชั่วโมง หลังได้รับเชื้อ แม้จะหายได้เองใน 1 – 3 วัน แต่มักมีอาเจียนและถ่ายจำนวนมาก อาจทำให้มีอาการขาดน้ำและเกลือแร่ได้ กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังโนโรไวรัสเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
โนโรไวรัส ทำไมถึงระบาดหนักทั้งในโรงเรียนและออฟฟิศ?
- เป็นสถานที่คนเยอะบวกกับอยู่ใกล้กันนาน ห้องเรียนและออฟฟิศปิดใช้แอร์ร่วมกัน และเชื้อสามารถแพร่ผ่านมือที่ปนเปื้อนหรือพื้นผิวได้ง่ายมาก
- ใช้ของร่วมกันตลอดเวลา เช่น ลูกบิดประตู, คีย์บอร์ด, เมาส์, โต๊ะอาหาร, โรงอาหาร, ห้องน้ำส่วนกลาง
- เด็กและพนักงานอยู่ร่วมกันแม้ได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อย ก็เกิดอาการแพร่เชื้อได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการนาน ถึง 3 วัน – 2 สัปดาห์หลังหายป่วย
- ล้างมือไม่ถูกวิธี ต้องล้างมือด้วย สบู่โดยน้ำไหลผ่าน อย่างน้อย 20 วินาที เนื่องจากแอลกอฮอล์เจลฆ่าเชื้อได้ไม่ดี





