วัยทองต้องระวัง! ผู้หญิงเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนมากแค่ไหน?
ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย ถึง 1 ใน 3 เนื่องจากร่างกายสะสมเนื้อกระดูกไว้ได้น้อยกว่า
เมื่อถึงวัยที่กระดูกมีการสลายตัวมากกว่าการสร้างขึ้นใหม่ จึงทำให้เนื้อกระดูกบางลงได้เร็วกว่า
ซึ่งผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนจะสูญเสียแคลเซียม 1-2% ต่อปี ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน
ยิ่งกว่านั้น เมื่อเข้าสู่วัยทอง ฮอร์โมนเพศหญิงจะมีการลดระดับลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้กระดูกถูกสลายเร็วขึ้นไปอีก
การลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
โดยผู้หญิงวัยทองหรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน จะมีความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนถึง 4 เท่าของผู้ชายวัยทอง
เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สร้างจากรังไข่ มีส่วนสำคัญป้องกันการสลายกระดูกในผู้หญิง
ฮอร์โมนนี้เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเมื่ออายุประมาณ 50 ปี จะลดลง
ทำให้อาจพบอาการ เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตามตัว ปวดเมื่อยตามตัว
นอกจากนี้ กระดูกในร่างกายจะบางอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ 5 ปีแรกของการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
วัยทอง คืออะไร – อาการคุณเข้าข่ายหรือยัง?
จริงไหม? ผู้หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตรเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
ถึงแม้ในช่วงตั้งครรภ์มีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ออกมาก็ตาม แต่ยังมีการสูญเสียมวลกระดูกได้ระยะสั้น ๆ
โดยเฉพาะช่วงหลังคลอดบุตรในระยะ 2-3 เดือนแรก ดังนั้นผู้หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร มีความต้องการแคลเซียมมากกว่าคนทั่วไป
จึงจำเป็นเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนในระยะยาว
ภาวะกระดูกพรุนสามารถป้องกันได้ การสะสมมวลกระดูกให้สูงสุดในช่วงก่อนอายุ 35 ปี
หลังจากนี้ร่างกายจะมีการสลายกระดูกออกทีละน้อย จำเป็นต้องได้รับสารอาหารให้ครบ โดยเฉพาะแคลเซียมฟอสฟอรัส วิตามินดี
ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัย และตรวจวัดมวลกระดูกเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดกระดูกหัก
การสะสมมวลกระดูกตั้งแต่ช่วงทารกจนถึงผู้ใหญ่ตอนต้น มีความต้องการแคลเซียมที่แตกต่างกัน
- ผู้ใหญ่ทั่วไป ต้องการประมาณ 800-1,000 มิลลิกรัม ต่อวัน
- ผู้สูงอายุ 60 ปี หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร ต้องการถึง 1,000-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน
กินอะไร…ช่วยป้องกัน “กระดูกพรุน” ได้

Facebook : Sikarin Hospital
Line@ : @sikarinhospital
Care Center : 1728




