โรคภูมิแพ้ในเด็ก

โรคภูมิแพ้ในเด็ก

 

โรคภูมิแพ้เป็นกลุ่มโรคเรื้อรังที่พบมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย จากการสำรวจในประเทศไทยพบว่ามีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้น 3 – 4 เท่า ในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา โดย 1 ใน 3 ของเด็กไทยเป็นโรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และ 1 ใน 6 เป็นโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้

 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้

  1. พันธุกรรม โดยพบว่าถ้าบิดาหรือมารดาเป็นโรคภูมิแพ้จะทำให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณร้อยละ 30 -  50 แต่ถ้าทั้งบิดาและมารดาเป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ ก็จะยิ่งมีผลทำให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึงร้อยละ 50 – 70

  2. การได้รับสารก่อภูมิแพ้ตั้งแต่อายุยังน้อย

  3. การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีควันบุหรี่

  4. การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง

 

โรคภูมิแพ้ในเด็กที่พบบ่อย

 

 

  1. โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้

จะเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 2 – 3 เดือน โดยจะมีผื่นแดง คันตามข้อศอก ข้อเข่า แก้มและตามลำตัว บางตำแหน่งจะมีผิวแห้งตกสะเก็ด ซึ่งจะทำให้เด็กรู้สึกไม่สบายตัว นอนหลับไม่สนิท ผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ จะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะโรคหืดเมื่อเด็กโตขึ้น สาเหตุที่สำคัญของโรคภูมิแพ้ทางผิวหนังในเด็ก ได้แก่ การแพ้อาหาร

 

  1. ปฏิกิริยาแพ้อาหาร

เด็กจะมีอาการได้ตั้งแต่ในขวบปีแรก อาการแพ้อาหารมีได้ตั้งแต่ผื่นผิวหนังอักเสบ ผื่นลมพิษ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง หายใจครืดคราด หายใจหอบ หรือบางครั้งมีอาการแพ้รุนแรงซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยอาหารที่เป็นสาเหตุที่พบมาก ได้แก่ นมวัว ไข่ แป้งสาลี ถั่วเหลือง ถั่วลิสง อาหารทะเล เป็นต้น

 

  1. โรคหืด

ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หอบ หายใจเสียงหวีดบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาอากาศเย็น อาการเปลี่ยน หรือหลังออกกำลังกายมากๆ และอาการจะดีขึ้นหลังพ่นยาขยายหลอดลม บางรายอาจมีภาวะความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจส่งผลให้ถึงขั้นเสียชีวิต

 

  1. โรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

ผู้ป่วยจะมีอาการน้ำมูกไหล จาม คัดจมูก คันจมูก บางรายอาจมีอาการทางตาร่วมด้วย เช่น คันตา ตาแดง น้ำตาไหล บางคนพบรอยคล้ำใต้ตา (Allergic Shiner) ในบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจพบริดสีดวงในจมูก (Nasal Polyp) ได้

 

การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้

  1. การซักประวัติและการตรวจร่างกาย

  2. การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง Skin Prick Test หรือการตรวจ lgE ที่จำเพาะ (Specific lgE, slgE)

  3. การทดสอบโดยการให้สารกระตุ้น (Provocation หรือ Challengetest)

 

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง SKIN TEST

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง ทำให้ทราบว่ามีการแพ้สิ่งใดและนิยมทดสอบภูมิแพ้ด้วยวิธี “การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังด้วยการสะกิด” (Skin Prick Test) โดยใช้แท่งพลาสติกปลายแหลมจุ่มน้ำยาที่จะทดสอบแล้วนำมาสะกิดที่ผิวหนัง ตำแหน่งของผิวหนังที่ทำคือบริเวณหลัง สำหรับเด็กเล็กสามารถรอผล 15 – 20 นาที หลังทำเสร็จ หากทราบว่าแพ้สิ่งใดก็จะเกิดเป็นตุ่มนูนแดงในตำแหน่งที่ตรงกับการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ เพื่อที่คุณพ่อและคุณแม่จะได้หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการที่ทำให้ทราบถึงสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ดี และมีประสิทธิภาพสูง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะแนะนำให้ทำ Skin Test เสมอ