ทำไม! ต้องตรวจสุขภาพ | ตอนที่ 4

ทำไม! ต้องตรวจสุขภาพ | ตอนที่ 4

 

ทำไม! ต้องตรวจสุขภาพ | ตอนที่ 4

 

โดย นายแพทย์ธงชัย ฉัตรยิ่งมงคล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมและเวชศาสตร์ครอบครัว
ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพฯ

 

สวัสดีครับ เราเรียนรู้เรื่องสุขภาพมา 3 ตอนแล้ว ผมคิดว่าทุกท่านที่เข้ามาอ่านจะได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพและความสำคัญของการทำงานที่มีการเชื่อมโยงของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย และขอแนะนำว่าอย่าดูแลเฉพาะตัวเอง เราสามารถช่วยดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว ของคนที่เรารักได้อีกด้วยนะครับ และอย่างที่บอกในท้ายตอนที่แล้วว่าในตอนนี้เราจะมาร่วมเรียนรู้อวัยวะที่สำคัญมากๆ ที่จะต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดี รวมทั้งถ้าเกิดปัญหา จะมีอาการแสดงออกมาอย่างไร ต้องมาพบแพทย์เมื่อไร จะมีการวินิจฉัยที่รวดเร็วเพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้มีชีวิตรอดปลอดภัย โรงพยาบาลศิครินทร์สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ทั้งหมด โดยเรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและห้องผ่าตัดพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก (JCI) แล้ว และต่อไปนี้...เรามาดูหัวใจของพวกเรากันเลยดีกว่า...

 

รู้จักหัวใจของเรา

"หัวใจ (Heart)" เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญยิ่ง มีหน้าที่สูบฉีดเลือดผ่านระบบไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย และรับเลือดที่ใช้แล้วกลับไปฟอกที่ปอด ขณะที่เลือดไหลเวียนผ่านปอดจะมีการแลกเปลี่ยนก๊าซ รับเอาออกซิเจนเข้ามาในเลือด และส่งคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปยังปอดผ่านการหายใจ หลังจากนั้นระบบไหลเวียนจะส่งเลือดแดงที่มีออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย และรับเลือดดำที่มีคาร์บอนไดออกไซด์และมีออกซิเจนน้อยกลับมายังปอด โดยการหดตัวเป็นจังหวะซ้ำๆ ปกติหัวใจเต้น 60 - 100 ครั้งต่อนาที (เฉลี่ยอยู่ที่ 72 ครั้งต่อนาที) ทุกๆ วันหัวใจจะเต้นประมาณ 100,000 ครั้ง และสูบฉีดเลือดประมาณ 4.7 - 5.7 ลิตรต่อนาที การเต้นของหัวใจจะเป็นจังหวะสม่ำเสมอซึ่งเกิดจากการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าที่สร้างภายในหัวใจ การสูบฉีดเลือดเข้าไปในหลอดเลือดแดงใหญ่  จะทำให้เกิดความดันโลหิตตัวบน ส่วนความดันโลหิตตัวล่างจะเกิดขึ้นในขณะที่หัวใจคลายตัวหรือในขณะหยุดพัก (ปกติจะมีค่าไม่เกิน 120/80 มม.ปรอท) ตำแหน่งหัวใจของคนเราอยู่ในช่องอกเยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย หนักประมาณ 250 - 300 กรัมในหญิง และ 300 - 350 กรัมในชาย และมีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นของเจ้าของเล็กน้อยครับ 

 

ส่วนประกอบของหัวใจ

ส่วนประกอบของหัวใจที่สำคัญประกอบไปด้วย

  • เยื่อหุ้มหัวใจ, หลอดเลือดหัวใจ ซึ่งจะมีกิ่งก้านแตกแขนงส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ 
  • กล้ามเนื้อหัวใจ ทำหน้าที่ส่งเลือดไปยังระบบไหลเวียนโลหิตโดยการหดตัว เกิดเป็นแรงดันให้เลือดไหลเวียนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  • ผนังกั้นห้องหัวใจ และลิ้นหัวใจ ซึ่งจะแบ่งหัวใจเราออกเป็น 4 ห้อง

 

รู้ทันโรคหัวใจ

 

ความผิดปกติใด ๆ ที่เกิดจากส่วนประกอบของหัวใจ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ คำว่าโรคหัวใจนั้นสามารถแยกออกไปได้อีกหลายประการตามสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหัวใจ มีทั้งชนิดที่เป็นตั้งแต่กำเนิด เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital heart disease) ผนังกั้นห้องหัวใจ หรือลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว และที่เกิดขึ้นภายหลัง เช่น โรคหัวใจจากความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือภาวะติดเชื้อที่หัวใจซึ่งจะมีความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไปและบางโรคเราสามารถป้องกันหรือรักษาได้เมื่อถูกพบตั้งแต่แรก ๆ

 

อาการโรคหัวใจ 

อาการแสดงที่พบบ่อยในโรคหัวใจ เช่น เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก ใจสั่น วูบ หมดสติ เหนื่อย หายใจไม่อิ่ม นอนราบไม่ได้ แขนขาบวม ทำงานได้ลดลง เหนื่อยเร็วขึ้น วิงเวียน ปวดศีรษะ เป็นต้น

 

การป้องกันและตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

โรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งจัดเป็นกลุ่มโรคที่คร่าชีวิตประชาชนไทยเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง และด้วยนวัตกรรมความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจดีขึ้นมากด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย อย่างไรก็ตามความสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคมีความสำคัญมากกว่า เนื่องจากสามารถลดความเสี่ยงและอันตรายต่อชีวิตได้ดีกว่าที่จะให้การรักษาผู้ป่วยหลังจากที่มีอาการแล้ว      

 

เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยด้านหัวใจ (Non-Invasive)

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) 
การตรวจหาความผิดปกติของจังหวะ/ อัตราการเต้นของหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test) 
การตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจ ใช้ตรวจความสามารถและความผิดปกติของหัวใจในขณะออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่งบนสายพานลู่วิ่ง มีประสิทธิภาพสูงในการตรวจภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography)
ด้วยเทคโนโลยีการจำลองภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงจากเครื่องตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อดูการทำงานของหัวใจแบบเป็นภาพเคลื่อนไหว ดูการวิ่งของกระแสเลือด ดูประสิทธิภาพในการบีบตัวของหัวใจ ดูขนาดห้องหัวใจ และ การทำงานของลิ้นหัวใจ

การบันทึกติดตามการทำงานคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG Holter Monitoring)
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดพกพาตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ตรวจจับจังหวะการเต้นผิดปกติของหัวใจที่ซ่อนอยู่ เพื่อสืบค้นและวินิจฉัยโรคที่แฝงอยู่ ทำให้สามารถป้องกันภัยเงียบของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การตรวจวัดความแข็งตัวของหลอดเลือด (Ankle-Brachial Index)
การตรวจหาร่องรอยการตีบของหลอดเลือดส่วนปลาย การแข็งตัว หรือยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดงที่แขนและขา

การตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ (Carotid Doppler)
การตรวจหาร่องรอยการสะสมไขมัน และการตีบตันในหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ

เทคโนโลยีการสวนหัวใจและหลอดเลือด (Cardiac Catheterization) 
Coronary Angiogram (ฉีดสี) เพื่อดูลักษณะของเส้นเลือดหัวใจที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรงและสามารถแสดงรายละเอียดของหลอดเลือดหัวใจได้อย่างคมชัดรวมทั้งการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันด้วยวิธีการบอลลูนหรือใส่ขดลวด

เทคโนโลยีการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
การตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วย Radiofrequency ablation หรือ RFA โดยใช้คลื่นวิทยุ/ ความร้อนทำลายจุดที่ก่อให้เกิดการเต้นหัวใจที่ผิดปกติ

เทคโนโลยีการรักษาภาวะหัวใจเต้นช้า
การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ

เทคโนโลยีการรักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (By Pass)

ข้อสังเกต ถ้าเราสามารถตรวจพบความผิดปกติของหัวใจและวินิจฉัยด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ จะเข้าถึงการรักษาโรคหัวใจได้ทันทีและลดการสูญเสียได้เป็นอย่างดี   

 

สุขภาพที่ดีของหัวใจ เป็นเรื่องที่ดูแลได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ออกกำลังกายที่ถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ เลิกบุหรี่หรือแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและลดความเครียดความวิตกกังวล รวมทั้งการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหัวใจ 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ในตอนนี้เรามาร่วมเรียนรู้ว่าหัวใจของเรามีความสำคัญมากมายเพียงใดต่อการมีชีวิต เราลองมาคำนวณดูว่าขณะนี้หัวใจเราเต้นมากี่ครั้งแล้ว โดยการเอาอายุปัจจุบัน คูณ 365 วัน คูณ 24 ชั่วโมง คูณ 60 นาที แล้วคูณด้วย 72 (อัตราการเต้นเฉลี่ยต่อนาทีของหัวใจ) ออกมาเป็นเท่าไรครับ 

 

 

จะเห็นว่าหัวใจเราทำงานหนักมากตลอดเวลา ไม่มีวันหยุด ไม่เคยบ่น ไม่เคยขอพักร้อนเลย แล้วเราจะไม่ดูแลหัวใจกันบ้างหรือครับ  

 

ในแต่ละตอนที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ร่วมกันในเรื่องของการดูแลสุขภาพและอวัยวะที่สำคัญของร่างกายรวมถึงความจำเป็นในการป้องกันในภาวะเสี่ยงหรือโรคที่สามารถทราบก่อนล่วงหน้าเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรงในอนาคตซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่นับวันจะสูงขึ้น ๆ ทางศูนย์ตรวจสุขภาพ จึงออกแบบประเมินความเสี่ยงให้เป็นแนวทางในการเลือกตรวจโปรแกรมที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน ขอให้ทุกคนลองเข้ามาทำดูเพื่อหาความเสี่ยงของเรากันนะครับ

 

เริ่มต้น...สุขภาพดี   ที่....ศิครินทร์

    

 

นายแพทย์ธงชัย ฉัตรยิ่งมงคล